Home พัฒนาการครรภ์รายเดือนท้อง 8 เดือน: อาการท้องแข็ง-ครรภ์เป็นพิษที่แม่ต้องระวัง พร้อมเช็กพัฒนาการลูกรัก (ตัวเท่าสับปะรดแล้วนะ!)

ท้อง 8 เดือน: อาการท้องแข็ง-ครรภ์เป็นพิษที่แม่ต้องระวัง พร้อมเช็กพัฒนาการลูกรัก (ตัวเท่าสับปะรดแล้วนะ!)

0 comments
ท้อง 8 เดือน

เข้าสู่ช่วงท้อง 8 เดือนของการรอคอยแล้วนะคะคุณแม่! ตอนนี้เราเดินทางมาถึงเดือนที่ 2 ของไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นช่วง “โค้งสุดท้าย” ที่ทั้งตื่นเต้นและต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะร่างกายคุณแม่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องแข็งบ่อย ปวดหน่วง หรือความกังวลเรื่องภาวะครรภ์เป็นพิษที่มักมาทักทายในช่วงนี้

แต่ก่อนจะไปดูว่าร่างกายแม่เปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือสิ่งที่เกิดขึ้นภายในท้องค่ะ เพราะตอนนี้ลูกรักกำลังเร่งสร้างอวัยวะและฝึกทักษะสำคัญเพื่อให้พร้อมออกมาลืมตาดูโลก คุณแม่สามารถเช็กภาพรวมความมหัศจรรย์นี้ได้ที่ [เจาะลึกพัฒนาการทารกในครรภ์ตั้งแต่เดือนแรกจนถึงวันคลอด] เพื่อให้เข้าใจว่าในแต่ละสัปดาห์ลูกน้อยเติบโตไปถึงไหนแล้ว

บทความนี้จะช่วย “ฟันธง” ให้คุณแม่ชัดๆ ว่าอาการไหนคือเรื่องปกติ อาการไหนคือสัญญาณอันตราย และต้องรับมืออย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูกค่ะ

📌 Disclaimer: บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากคุณแม่พบอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีค่ะ


💡 Key Takeaways: สรุปให้แม่เข้าใจใน 30 วินาที

  1. ลูกรักตัวเท่า “สับปะรด”: ตอนนี้ลูกหนักประมาณ 2.1-2.2 กก. เริ่มกลับหัวเตรียมพร้อมคลอด อวัยวะเกือบครบ 100% แล้วค่ะ
  2. ท้องแข็งแบบไหนต้องไปหาหมอ?: ถ้าท้องแข็งบ่อย ถี่ขึ้นเรื่อยๆ และไม่หายเมื่อพัก นั่นคือ “ของจริง” ต้องรีบไปโรงพยาบาลนะคะ
  3. Red Flag “ครรภ์เป็นพิษ”: สังเกตอาการบวมที่มือและหน้า ปวดหัวรุนแรง หรือตาพร่ามัว อย่าชะล่าใจว่าแค่อ่อนเพลียนะคะ
อาการของคนท้อง 8 เดือนมีอะไรบ้าง?

อาการของคนท้อง 8 เดือนมีอะไรบ้าง?

ช่วงท้อง 8 เดือนนั้นเป็นช่วงที่ใกล้คลอด และทารกภายในมีการพัฒนาการเกือบเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายพร้อมต่อการคลอดในอีก 1 เดือนข้างหน้า ทำให้ร่างกายของคุณแม่ต้องปรับเปลี่ยนตามพัฒนาการของลูก จึงส่งผลให้ในช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่มีอาการต่างๆ แทรกซ้อน และจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ในหัวข้อนี้จะพาคุณแม่ไปดูว่าอาการของคนท้อง 8 เดือนมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้สังเกตตัวเองว่าอาการที่กำลังเป็นอยู่ปกติหรือไม่ และจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ดังนี้

  • หายใจลำบาก เพราะว่ามดลูกมีการขยายตัวใหญ่มากขึ้น ทำให้ไปดันกะบังลม และกดทับปอด ส่งผลให้คุณแม่ท้อง 8 เดือนหายใจได้ลำบาก และต้องหายใจถี่ขึ้นมากกว่าเดิม
  • เส้นเลือดขอด เพราะว่าคุณแม่ท้อง 8 เดือนนั้นจะมีการไหลเวียนของเลือดมากขึ้น ทำให้เส้นเลือดขยายใหญ่ขึ้น และมีโอกาสที่จะเป็นเส้นเลือดขอดได้ง่าย
  • อ่อนเพลียง่าย เพราะว่าคุณแม่มีน้ำหนักตัวมากขึ้น และมีขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก เหนื่อยง่าย และอ่อนเพลียง่าย
  • ปัสสาวะบ่อย เพราะว่าทารกในครรภ์มีการเคลื่อนตัวลงมาในบริเวณอุ้งเชิงกรานมากขึ้น ทำให้ตัวของทารกนั้นไปเบียด หรือกดทับกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้คุณแม่ต้องปัสสาวะบ่อยขึ้นนั่นเอง
  • ริดสีดวงทวาร เพราะว่าขนาดตัวของทารก และมดลูกที่ใหญ่ขึ้นไปกดทับลำไส้ ทำให้ย่อยอาหารได้ช้าลง รวมถึงมีการไหลเวียนของเลือดที่มากขึ้น ทำให้หลอดเลือดที่ทวารโป่งพอง ส่งผลให้คุณแม่มีโอกาสที่จะเป็นริดสีดวงทวารได้
  • ผิวมีรอยแตกลาย เพราะว่าขนาดของท้องมีการขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ผิวหนังต้องขยายตาม ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณท้องของคุณแม่มีโอกาสในการเกิดรอยแตกลายได้ง่าย
  • เจ็บท้องหลอก เพราะว่าในช่วงท้อง 8 เดือนนั้นเป็นช่วงที่ใกล้คลอด อาจทำให้มีอาการท้องแข็ง หรือเจ็บครรภ์เตือน ทำให้คุณแม่คิดว่าตัวเองกำลังใกล้จะคลอดแล้ว แต่ถ้าหากมีอาการเจ็บท้องหลอกบ่อยๆ คุณแม่ควรจะแยกให้ออกว่าเจ็บท้องคลอด หรือเจ็บท้องหลอก เพราะอาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนดได้

📝 Editor’s Summary: อาการท้อง 8 เดือนที่แม่เจอ

  • สิ่งที่ควรโฟกัส: การนับลูกดิ้น (ต้องมากกว่า 10 ครั้ง/วัน) และการเตรียมกระเป๋าไปโรงพยาบาลค่ะ เดือนนี้คือโค้งสุดท้ายแล้วนะ
  • สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: อาการเจ็บจี๊ดๆ หรือหน่วงเชิงกราน เพราะลูกตัวใหญ่ขึ้นและเริ่มเคลื่อนลงต่ำ เป็นเรื่องธรรมชาติของคุณแม่ไตรมาส 3 ค่ะ
  • สัญญาณที่ควรพบแพทย์: มีมูกเลือด น้ำเดิน (น้ำใสๆ ไหลไม่หยุด) หรือลูกดิ้นน้อยลง หากเจออาการนี้ให้รีบไปแผนกฉุกเฉินทันทีค่ะ
อาการครรภ์เป็นพิษ 8 เดือนเป็นอย่างไร?

อาการครรภ์เป็นพิษ 8 เดือนเป็นอย่างไร?

อาการครรภ์เป็นพิษ 8 เดือนนั้นเป็นความเสี่ยงที่สามารถพบได้ในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีช่วงอายุครรภ์เยอะ โดยอาการครรภ์เป็นพิษนั้นสามารถส่งผลไม่ดีต่อทารกได้ และอาจร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมสาเหตุ อาการ และสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณแม่กำลังมีอาการครรภ์เป็นพิษ ดังนี่

สาเหตุของอาการครรภ์เป็นพิษ

สาเหตุของอาการครรภ์เป็นพิษ 8 เดือนที่พบได้ส่วนใหญ่นั้นมักจะเกิดจากความผิดปกติของการฝังตัวของทารก โดยปกติแล้วการฝังตัวของทารกนั้นจะฝังในบริเวณเยื่อบุผนังมดลูก แต่ในกรณีของอาการครรภ์เป็นพิษนั้นเป็นเพราะทารกฝังตัวได้ไม่แน่เท่าที่ควร ทำให้ทารกได้รับออกซิเจน เลือด และสารอาหารไม่เพียงพอ และเมื่อออกซิเจน เลือด และสารอาหารไปเลี้ยงทารกได้ไม่เพียงพอ ก็จะเกิดการหลั่งสารพิษเข้าสู่กระแสเลือดของคุณแม่ ทำให้คุณแม่มีอาการแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา เช่น ตาพร่ามัว หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรง เป็นต้น ที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายทั้งทารกในครรภ์ และตัวคุณแม่เอง และถ้าหากในกรณีที่ร้ายแรงอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตทั้งคุณแม่ และลูกได้

อาการของครรภ์เป็นพิษ

อาการของครรภ์เป็นพิษ 8 เดือนที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณแม่กำลังมีอาการของครรภ์เป็นพิษ และเป็นอาการที่สามารถสังเกตเองได้ มีดังนี้

  • อาการบวม โดยจะมีอาการบวมในบริเวณมือ เท้า และใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ โดยปกติน้ำหนักของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5- 2 กิโลกรัมต่อเดือน แต่ถ้าหากเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อาจมีความเสี่ยงที่ครรภ์จะเป็นพิษได้
  • ปวดศีรษะรุนแรง โดยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรงมาก ถึงแม้จะกินยาแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น
  • ลูกไม่ดิ้น โดยทารกในครรภ์นั้นจะดิ้นน้อยกว่าปกติ หรือไม่มีการดิ้นเลย
  • ความดันโลหิตสูง โดยความดันโลหิตของคุณแม่จะอยู่ประมาณที่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท
  • ตาพร่ามัว เพราะว่าร่างกายเป็นพิษ ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง
  • ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ เพราะว่าทารกฝังตัวไม่แน่น ทำให้เกิดภาวะโปรตีนรั่ว และมีโปรตีนปะปนอยู่ในปัสสาวะมากกว่าปกติ
  • ปวด จุกเสียด หรือแน่นบริเวณลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา ที่เกิดจากภาวะความดันสูง และภาวะโปรตีนรั่ว

ผลข้างเคียงจากอาการครรภ์เป็นพิษ

อาการครรภ์เป็นพิษ 8 เดือนนั้นสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือความเสี่ยงได้หลายอย่าง ทั้งทารกในครรภ์ และตัวคุณแม่ ดังนี้

  • ผลข้างเคียงของทารกในครรภ์ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด รกลอกตัวก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตในครรภ์ของคุณแม่
  • ผลข้างเคียงของคุณแม่ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการชัก เกล็ดเลือดต่ำ น้ำท่วมปอด ไตวายเฉียบพลัน ตับอักเสบ เลือดออกในสมอง หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

⚖️ ตารางฟันธง: ท้องแข็งจริง vs ท้องแข็งหลอก (Braxton Hicks)

คุณแม่หลายคนแยกไม่ออกจนกังวลไปหมด เราสรุปมาให้ดูง่ายๆ แบบนี้ค่ะ:

ลักษณะอาการท้องแข็งหลอก (เตือน)ท้องแข็งจริง (จะคลอดแล้ว!)
ความสม่ำเสมอมาๆ หายๆ ไม่แน่นอนมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ และสม่ำเสมอ
เมื่อเปลี่ยนท่าทางอาการมักจะดีขึ้นหรือหายไปไม่หาย ปวดต่อเนื่องและแรงขึ้น
ตำแหน่งที่ปวดปวดแค่ช่วงล่างของท้องปวดร้าวจากหลังมาหน้าท้อง
สัญญาณร่วมไม่มีมักมีมูกเลือดหรือน้ำคร่ำรั่วออกมา

อาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ 8 เดือนปกติไหม?

สำหรับอาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ 8 เดือนนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอาการดังกล่าวสามารถพบได้บ่อยในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยอาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ 8 เดือนนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้น ในหัวข้อนี้จะพาคุณแม่ไปดูถึงสาเหตุของการเกิดอาการท้องแข็ง เพื่อที่จะได้สังเกตว่าอาการท้องแข็งที่กำลังเป็นอยู่นั้นเกิดจากสาเหตุอะไร และจะได้นำไปแจ้ง และปรึกษากับแพทย์ได้อย่างถูกต้อง โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ 8 เดือน มีดังนี้

  • ทารกเตะ หรือถีบท้อง เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่ท้องแข็งที่พบบ่อย โดยทารกนั้นจะใช้แขน หรือขาดันไปโดนท้องคุณแม่ ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าท้องมีความแข็งขึ้น
  • กลั้นปัสสาวะ เพราะในช่วงท้อง 8 เดือนนั้นทารกมีขนาดตัวใหญ่มากขึ้น ทำให้ไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้คุณแม่ต้องปัสสาวะบ่อย แต่ด้วยการเคลื่อนไหวที่ลำบาก ทำให้คุณแม่หลายๆ คนเลือกที่จะกลั้นปัสสาวะไว้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องแข็งได้ และถ้าหากกลั้นปัสสาวะไว้บ่อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลให้มีโอกาสในการเกิดอาการท้องแข็งสูงมากขึ้นเท่านั้น
  • มดลูกเกิดการบีบรัดตัว เพราะท้อง 8 เดือนเป็นช่วงที่ใกล้คลอด ทำให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัวบ่อย ทำให้เกิดอาการเจ็บท้อง หรือท้องแข็งบ่อยกว่าปกติ
  • มีเพศสัมพันธ์ ในช่วงท้อง 8 เดือนนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ เพราะการมีเพศสมัพันธ์นั้นจะไปกระตุ้นให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัวที่สามารถส่งผลให้เกิดอาการท้องแข็ง และไม่เป็นผลดีต่อการตั้งครรภ์ด้วย
  • ไม่บิดตัวเป็นประจำ เพราะภายในมดลูกนั้นจะมีช่องว่าง และทำให้ความดันในมดลูกสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการท้องแข็งได้ง่าย ดังนั้น คุณแม่ควรบิดตัวซ้าย-ขวาเป็นประจำ หรือเล่นโยคะสำหรับคนท้องก็ได้เช่นกัน
  • กินอาหารเยอะเกินไป เพราะในช่วงท้อง 8 เดือนนั้นทารกจะต้องการสารอาหารมากเป็นพิเศษ ทำให้คุณแม่ต้องกินอาหารเยอะขึ้น แต่ต้องระมัดระวังการกินเยอะเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อน หรือเกิดแก๊สในกระเพาะจนส่งผลให้ท้องแข็งได้
ทารกในครรภ์ 8 เดือนมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง?

ทารกในครรภ์ 8 เดือนมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง?

ทารกในครรภ์ 8 เดือนนั้นมีพัฒนาการที่เกือบจะสมบูรณ์แล้ว เพราะว่าเหลืออีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ทารกในครรภ์ของคุณแม่ท้อง 8 เดือนก็พร้อมจะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะพาคุณแม่ไปดูถึงพัฒนาการของลูกน้อยในช่วง 8 เดือนกันว่ามีอะไรเจริญเติบโตขึ้นมามากว่าเดิมบ้าง ดังนี้

  • น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ทารกมีการเจริญเติบโตเกือบเต็มที่
  • มีการสร้างคลื่นสมอง เพราะสมองมีการพัฒนามากขึ้น ทำให้สมองของทารกมีการสร้างคลื่นสมอง
  • มีเส้นผมเกิดขึ้นบนศีรษะ โดยขนอ่อนที่อยู่ตามศีรษะของทารกจะหายไป และมีการสร้างเส้นผมขึ้นมาใหม่แทน
  • มองเห็นและได้ยินชัดเจนขึ้น เพราะพัฒนาการด้านการมองเห็น และด้านการได้ยินของทารกนั้นมีการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้ว
  • อวัยวะภายในเจริญเติบโตเต็มที่เกือบทุกส่วน โดยอวัยวะภายในของทารกนั้นจะมีการพัฒนาทุกส่วนเกือบเต็มที่แล้ว อย่างเช่น ไต ที่มีการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้ว แต่ในส่วนของปอดนั้นยังพัฒนาไม่เต็มที่ เป็นต้น
  • กระดูกแข็งแรงมากขึ้น ในส่วนกระดูกของทารกนั้นจะมีความแข็งแรงมากขึ้น พร้อมที่จะคลอดแล้ว แต่ว่ากระดูกศีรษะยังมีความอ่อนอยู่ เพื่อให้ง่ายต่อการคลอด
  • ขยับแขนและขาบ่อยขึ้น เพราะในช่วงท้อง 8 เดือนนั้นลูกมีพัฒนาการต่างๆ ดีขึ้น ทำให้สามารถรับรู้ได้ถึงการสัมผัสต่างๆ และมีการตอบสนองมากยิ่งขึ้น

อาการในช่วงท้อง 8 เดือนที่ต้องรีบพบแพทย์มีอะไรบ้าง?

ช่วงท้อง 8 เดือนนั้นเป็นช่วงที่กำลังเข้าสู่ช่วงใกล้คลอด จึงทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องแข็ง หรือมีอาการอื่นๆ ที่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการคลอดก่อนกำหนด หรือสัญญาณอันตราย ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมอาการในช่วงท้อง 8 เดือนที่ต้องรีบพบแพทย์ที่คุณแม่ควรรู้ไว้ เพื่อที่จะได้สังเกตอาการของตัวเองได้วา่เข้าข่ายอาการเหล่านี้หรือไม่ โดยอาการในช่วงท้อง 8 เดือนที่ควรรีบแพทย์ มีดังนี้

  • เลือดออกทางช่องคลอด เพราะเป็นอาการที่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และอาจส่งผลอันตรายต่อตัวคุณแม่ หรือทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น จึงควรรีบพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดมาจากอะไร และจะได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง
  • ทารกในครรภ์ดิ้นผิดปกติ โดยปกติแล้วทารกในครรภ์จะดิ้นประมาณ 4 ครั้งขึ้นไปต่อชั่วโมง ถ้าหากดิ้นไม่เกินจำนวนดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของลูกได้
  • คลื่นไส้ และอาเจียนจนกินอาหารไม่ได้ เป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของตัวคุณแม่ และถ้าหากน้ำหนักลดจนเกิดการขาดสารอาหาร หรือขาดน้ำ จะต้องรีบพบแพทย์ทันที เพื่อรับน้ำเกลือ และวิตามินทดแทน และป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์
  • รู้สึกปวดท้อง หรือท้องแข็งทุกๆ 5-10 นาที เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการบีบตัวของมดลูกที่พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการคลอด และอาจจะมีความถี่ในการปวดมากขึ้นเป็นทุกๆ 2-3 นาทีได้
  • น้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก เป็นอาการที่มีน้ำคร่ำไหลออกมาจากช่องคลอด เพราะว่าถุงน้ำคร่ำแตก ซึ่งเป็นอาการที่จะช่วยให้คลอดได้ง่ายขึ้น และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณแม่ และทารกในครรภ์พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการคลอดแล้ว 
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เป็นอาการที่อาจบ่งบอกถึงอาการครรภ์เป็นพิษ โดยส่วนใหญ่มักจะมีอาการตาพร่ามัว และจุก หรือแน่นลิ้นปี่ด้วย ซึ่งเป็นอาการที่อาจส่งผลอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น ถ้าหากคุณแม่ท้อง 8 เดือนคนไหนปวดศีรษะ และกินยาแล้วแต่ไม่หาย ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที
ข้อควรระมัดระวังที่คุณแม่ท้อง 8 เดือนควรรู้

ข้อควรระมัดระวังที่คุณแม่ท้อง 8 เดือนควรรู้

นอกจากรู้ถึงอาการในช่วงท้อง 8 เดือนที่ต้องรีบพบแพทย์แล้ว คุณแม่ก็ควรรู้ถึงข้อควรระมัดระวังในช่วงท้อง 8 เดือนด้วย เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยง และระมัดระวังสิ่งต่างๆ ที่อาจส่งผลไม่ดีต่อตัวคุณแม่ และทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะพาคุณแม่ไปดูถึงข้อควรระมัดระวังที่คุณแม่ท้อง 8 เดือนควรรู้ไว้ว่ามีอะไรบ้าง ดังนี้

  • อย่ายืนนาน เพราะคุณแม่ท้อง 8 เดือนที่ยืนนานๆ นั้นอาจจะทำให้ขาบวม ปวดขา หรือปวดหลังได้ง่ายขึ้น และถ้าหากคุณแม่ที่มีปากมดลูกสั้น อาจทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้
  • ไม่ยืดเหยียดร่างกาย เพราะอาจทำให้เกิดความดันในมดลูกสูงจนทำให้เกิดอาการท้องแข็งได้ ดังนั้น คุณแม่จึงควรทำการยืดเหยียดด้วยโยคะสำหรับคนท้อง หรือบิดซ้ายบิดขวาเป็นประจำ
  • กลั้นปัสสาวะ เป็นสิ่งที่คุณแม่ทุกคนจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะว่าการท้องในช่วงไตรมาสที่ 3 นั้นจะเคลื่อนไหวร่างกายได้ยาก จึงทำให้คุณแม่หลายๆ คนเลือกที่จะกลั้นปัสสาวะ ซึ่งอาจะส่งผลให้เกิดอาการท้องแข็งได้ง่ายมากขึ้น
  • ครรภ์เป็นพิษ เพราะช่วงท้อง 8 เดือนนั้นมีโอกาสสูงที่จะเกิดอาการครรภ์เป็นพิษได้ง่าย ดังนั้น จึงควรพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง และถ้าหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
  • กินอาหารตามใจปาก เพราะในช่วงท้อง 8 เดือนนั้นลูกจะต้องใช้สารอาหารในการเจริญเติบโตค่อนข้างเยอะ อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการหิวบ่อย ดังนั้น คุณแม่ควรรระมัดระวังในเรื่องของกิน และควรเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น
  • ยกของหนัก เพราะว่าคุณแม่หลายๆ คนคิดว่าทารกในครรภ์ไม่เสี่ยงต่อการแท้งแล้ว และสามารถยกของหนักได้ แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ว่าจะเป็นช่วงท้อง 8 เดือน หรือท้องระยะเวลาเท่าไหร่ก็ไม่ควรยกของหนัก เพราะนอกจากจะเสี่ยงเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์แล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่อีกด้วย
  • ซื้อยาตามร้านขายยากินเอง เป็นสิ่งที่คุณแม่ท้อง 8 เดือนไม่ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะยาบางชนิดนั้นไม่สามารถใช้กับคนท้องได้ หรือใช้แล้วมีผลข้างเคียงต่อทารก ดังนั้น หากคุณแม่มีอาการผิดปกติ หรือต้องการจะใช้ยาอะไร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

📝 Editor’s Summary: ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia)

  • สิ่งที่ควรโฟกัส: วัดความดันโลหิตและตรวจปัสสาวะตามนัดทุกครั้งนะคะ
  • สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: อาการเท้าบวมเล็กน้อยหลังเดินเยอะ ลองนอนยกขาสูง 15-20 นาทีอาการจะดีขึ้นค่ะ
  • สัญญาณที่ควรพบแพทย์: บวมที่หน้า/มือแบบกดบุ๋ม, ปวดศีรษะรุนแรง (กินยาพาราฯ ก็ไม่หาย), จุกเสียดใต้ลิ้นปี่รุนแรง

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท้อง 8 เดือน

หลังจากที่คุณแม่รู้ถึงอาการต่างๆ ของคนท้อง 8 เดือนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลักษณะอาการต่างๆ อาการครรภ์เป็นพิษ หรืออาการท้องแข็ง เป็นต้น แต่คุณแม่ที่กำลังท้อง 8 เดือน หรือกำลังก้าวเข้าสู่การตั้งครรภ์ในเดือนที่ 8 นั้นก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ หรือสิ่งต่างๆ ในช่วงของการท้อง 8 เดือนอยู่ ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท้อง 8 เดือนมาให้คุณแม่ทุกคนแล้ว ดังนี้

ท้อง 8 เดือน เวียนหัว คลื่นไส้ ปกติไหม?

ฟันธง: เป็นอาการ “ปกติที่พบได้บ่อย” ในไตรมาส 3 ค่ะ เนื่องจากมดลูกที่ใหญ่ขึ้นไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ และระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง ทำให้แม่รู้สึกพะอืดพะอมเหมือนตอนแพ้ท้องใหม่ๆ
วิธีแก้: ทานอาหารมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น และหลีกเลี่ยงการนอนหงาย (ให้นอนตะแคงซ้ายแทน) เพื่อไม่ให้มดลูกทับเส้นเลือด
Red Flag: หากเวียนหัวรุนแรงร่วมกับตาพร่ามัว หรือจุกเสียดลิ้นปี่ นี่อาจไม่ใช่แค่เวียนหัวธรรมดา แต่เป็นสัญญาณ “ครรภ์เป็นพิษ” ต้องไปหาหมอด่วนค่ะ!

ท้อง 8 เดือน ตกขาวเยอะมากเป็นอะไรไหม?

ฟันธง: “ปกติ” หากตกขาวเป็นสีขาวขุ่นหรือใสและไม่มีกลิ่นค่ะ เพราะฮอร์โมนช่วงใกล้คลอดจะกระตุ้นการผลิตมูกในช่องคลอดมากขึ้น
สิ่งที่ต้องระวัง: ถ้าตกขาวมีสีเขียว เหลือง มีกลิ่นเหม็น หรือคันช่องคลอด อาจมีการติดเชื้อเชื้อราหรือแบคทีเรีย
สัญญาณเตือน: ถ้าตกขาวมีลักษณะเป็น “มูกใสปนเลือด” หรือ “มูกก้อนใหญ่” อาจเป็นมูกอุดปากมดลูก (Plug) ที่หลุดออกมา สัญญาณว่าร่างกายเริ่มเตรียมพร้อมคลอดแล้วค่ะ

ท้อง 8 เดือน เจ็บท้องจี๊ดๆ ด้านขวา หรือ ด้านซ้าย อันตรายไหม?

ฟันธง: ส่วนใหญ่ “ไม่อันตราย” ค่ะ มักเกิดจากเอ็นยึดมดลูก (Round Ligament) ถูกยืดออกตามขนาดท้องที่โตขึ้น
เจ็บด้านขวา: มักเกิดจากมดลูกที่เอียงมาทางขวาไปเบียดอวัยวะ หรือเส้นเอ็นถูกดึงรั้ง
เจ็บด้านซ้าย: อาจเกิดจากลมในลำไส้ หรือการที่ลูกถีบ/ดันมาทางซ้าย
Editor’s Tip: ลองเปลี่ยนท่าทาง นอนตะแคงซ้าย หรือใช้หมอนรองท้อง ถ้าหายเจ็บเมื่อพักก็สบายใจได้ค่ะ แต่ถ้าเจ็บถี่ขึ้นจนหน้าท้องแข็งตึง (แข็งโป๊กเหมือนหน้าผาก) อันนี้ต้องไปพบแพทย์นะคะ

ท้อง 8 เดือน ลูกต้องดิ้นกี่ครั้งถึงจะปกติ?

โดยปกติแล้วในช่วงที่คุณแม่ท้อง 8 เดือน ทารกในครรภ์จะมีการดิ้นประมาณ 4 ครั้งขึ้นไปต่อชั่วโมง ซึ่งการนับเวลาลูกดิ้นนั้นจะนับจากการกระแทก นั่นก็คือ ลูกถีบ หรือลูกเตะ เท่ากับ ลูกดิ้น 1 ครั้ง แต่ถ้าหากภายในชั่วโมงนั้นๆ ที่คุณแม่นับลูกดิ้นไม่เกิน 4 ครั้ง ให้ทำการเริ่มนับใหม่ในชั่วโมงถัดไป แต่ถ้าชั่วโมงถัดไปลูกยังดิ้นไม่เกิน 4 ครั้งเหมือนเดิม ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้

ท้อง 8 เดือน ลูกกลับหัวพร้อมคลอดหรือยัง?

สำหรับคุณแม่ท้อง 8 เดือนที่กำลังสงสัยว่าในช่วงท้อง 8 เดือนนั้นลูกกลับหัวพร้อมคลอดหรือยัง คำตอบ คือ ส่วนใหญ่ในช่วงนี้ทารกในครรภ์ของคุณแม่มีการกลับหัว เพื่อเตรียมตัวสำหรับการคลอดเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าทารกบางคนก็อาจจะเพิ่งเริ่มกลับหัวในช่วงนี้ ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะว่าลูกจะกลับหัวให้พร้อมก่อนถึงกำหนดการคลอดอย่างแน่นอน

ช่วงท้อง 8 เดือนนั้นเป็นช่วงใกล้คลอดที่คุณแม่จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะทารกในครรภ์นั้นมีพัฒนาการ และการเจริญเติบโตเกือบเต็มที่ ทำให้ร่างกายของคุณแม่นั้นมีความเปลี่ยนแปลง และมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงในการเป็นครรภ์เป็นพิษได้ง่าย ดังนั้น คุณแม่จะต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสำหรับคนท้องเป็นประจำ และคอยหมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของตัวเอง และลูกน้อยอยู่เสมอ เพราะถ้าหากมีความผิดปกติจะได้รีบพบแพทย์ได้ทันเวลา และจะได้เตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง

📚 ข้อมูลอ้างอิง (References)

ข้อมูลด้านพัฒนาการทารกและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย:

ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia):

ข้อมูลสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์:

You may also like

ParentSmart ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้เราจดจำคุณได้ และนำเสนอเนื้อหาพัฒนาการลูกน้อยที่ตรงใจคุณแม่มากที่สุด หากคุณใช้งานเว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้เราดูแลคุณผ่านคุกกี้ตาม [นโยบายความเป็นส่วนตัว] ของเรานะคะ Accept Read More