Home UncategorizedChecklist ของเตรียมคลอด (ฉบับอัปเดต 2026) จัดกระเป๋าไปโรงพยาบาลครบ จบในที่เดียว ไม่ต้องแบกเผื่อ!

Checklist ของเตรียมคลอด (ฉบับอัปเดต 2026) จัดกระเป๋าไปโรงพยาบาลครบ จบในที่เดียว ไม่ต้องแบกเผื่อ!

0 comments
ของเตรียมคลอด

คุณแม่คะ… เมื่อเข้าสู่ช่วง ท้อง 9 เดือน ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า “พร้อมแล้วนะ!” ความตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าลูกมักมาคู่กับความกังวลว่า ‘ของเตรียมคลอดครบหรือยัง?’ โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่ ท้อง 39 สัปดาห์ ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายที่ลูกน้อยอาจจะออกมาทักทายคุณแม่ได้ทุกวินาที

ParentSmart ฟันธงเลยว่า “การจัดกระเป๋าเตรียมคลอดไม่ใช่การขนทุกอย่างในบ้านไปโรงพยาบาล” แต่คือการเตรียมสิ่งที่จำเป็นที่สุดเพื่อลดความวุ่นวายในวันที่คุณแม่ปวดท้องจริง บทความนี้เราสรุป Checklist ที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่าช่วยให้ชีวิตแม่หลังคลอดง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งดวง ไม่ต้องแบกเผื่อ เพื่อให้คุณแม่โฟกัสกับการกอดลูกครั้งแรกได้อย่างเต็มที่ค่ะ


💡 Key Takeaways: สรุป 3 ข้อต้องรู้

  1. Timing is Everything: เริ่มจัดกระเป๋าตั้งแต่อายุครรภ์ 28-30 สัปดาห์ (เข้าเดือนที่ 8) อย่ารอจนเดือนที่ 9 เพราะลูกน้อยอาจอยากออกมาเซอร์ไพรส์ก่อนกำหนด!
  2. Documents First: เอกสารสำคัญ (สมุดฝากครรภ์, บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน) คือสิ่งแรกที่ต้องคว้าเมื่อปวดท้องเตือน
  3. Less is More: โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีของใช้พื้นฐานให้ Focus ไปที่ของใช้ส่วนตัวที่คุณแม่ “ขาดไม่ได้” และชุดวันกลับของลูกก็พอ

เริ่มจัดกระเป๋าเตรียมของไปคลอดตอนอายุครรภ์เท่าไหร่

อย่างที่รู้กันว่าอายุครรภ์ของคุณแม่ มีประมาณ 40-42 สัปดาห์ ดังนั้นช่วงที่เหมาะสม ที่ว่าที่คุณแม่จะยังสามารถเตรียมของไปคลอด ให้พร้อมเคลื่อนย้ายจากบ้านสู่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง หรือฝากฝังธุระกับคนรอบตัว ควรจะเป็นช่วงสัปดาห์ที่ 29 เป็นต้นไป หรือเข้าเดือนที่ 8 โดยประมาณ เพราะถ้าหากเข้าสัปดาห์ที่ 33 หรือเข้าช่วงเดือน 9 เป็นต้นไปแล้ว ช่วงนั้นอาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องคอยสังเกตครรภ์เป็นพิเศษ เพราะหากเตรียมของช้าเกินกว่าช่วงเวลาที่ว่ามานั้น อาจเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือคลอดก่อนกำหนด จนเตรียมของไปคลอดไม่ครบถ้วนทันการเอาได้

รายการของเตรียมคลอด

สิ่งของที่ต้องเตรียมก่อนคลอด

โดยปกตินั้น คุณแม่จะใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังการคลอดบุตรประมาณ 2-3 วัน และยิ่งถ้าคลอดด้วยวิธีการผ่าคลอด ก็จะใช้เวลาพักฟื้น 5-6 วันเลยทีเดียว โดยหลังจากการคลอดนั้น ทางแพทย์จะดูแลความเรียบร้อย อาการของคุณแม่ว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน หรืออาการครรภ์เป็นพิษ คอยดูพัฒนาการของทารกแรกเกิดว่าเป็นไปได้ด้วยดี ไม่มีเรื่องน่ากังวล ก่อนจะอนุมัติให้กลับบ้านได้

ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ที่ต้องอยู่โรงพยาบาล แต่ในฐานะคุณแม่ คุณพ่อมือใหม่ที่มีชีวิตน้อยๆ เพิ่งกำเนิด การเตรียมสิ่งของใช้จำเป็นก็นับเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ประจำตัวคุณแม่ ของใช้ประจำตัวลูกน้อย รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการแจ้งเกิด ส่วนรายละเอียดสิ่งของที่เตรียมไปคลอดจะมีอะไรบ้างนั้น หัวข้อนี้ได้รวบรวมข้อมูลมาให้หมดแล้ว 

จัดกระเป๋าเตรียมคลอดของแม่

เน้นของส่วนตัวสำหรับใช้ที่โรงพยาบาล ของใช้ในชีวิตประจำวัน กระทั่งครีมบำรุง เพื่อบำรุงทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจของคุณแม่มือใหม่ให้สดใส พร้อมดูแลลูกน้อย อาจแบ่งได้เป็นอุปกรณ์ใช้เลี้ยงลูกน้อย กับของใช้ส่วนตัว

ของใช้ส่วนตัว

  1. เสื้อผ้า และ รองเท้า เสื้อผ้าสำหรับใส่วันกลับบ้าน เตรียมอย่างน้อย 1-2 ชุด ส่วนรองเท้ามีได้ทั้งรองเท้าใส่วันกลับ และรองเท้าสลิปเปอร์สำหรับใส่ระหว่างอยู่โรงพยาบาล เพื่อให้คุณแม่ไม่มีอาการปวดเมื่อยฝ่าเท้า ไม่สบายตัว
  2. ผ้าอนามัยแบบกางเกง จำนวนมาก อาจเป็นได้ทั้งแบบแผ่น แบบกางเกง หรือเป็นแพมเพิสสำหรับผู้ใหญ่ได้ เพราะในช่วงหลังคลอด คุณแม่จะยังมีน้ำคาวปลาอยู่ ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าน้ำคาวปลาจะหยุด
  3. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ โฟมล้างหน้า ผ้าขนหนู เรียกได้ว่า ขนของใช้ประจำวันจากบ้านเราเข้าห้องพักหลังคลอด ทำตัวให้สบายเหมือนอยู่บ้าน เพื่อความผ่อนคลาย และไม่เครียดของคุณแม่อีกด้วย
  4. เครื่องสำอาง ครีมบำรุงหน้าและร่างกาย วันพักคลอดก็เหมือนหนึ่งวันปกติที่ได้อยู่บ้าน เพราะฉะนั้นต้องไม่ละเว้นการดูแล บำรุงตัวเองให้สดใส พร้อมดูแลลูกน้อย รวมถึงต้อนรับเพื่อนๆ ญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมเราด้วย
  5. อุปกรณ์สื่อสารและที่ชาร์จ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ แท็บเล็ต ก็สามารถเตรียมมาเพื่อติดต่อสื่อสาร หรือให้ความบันเทิงกับเราได้
  6. เอกสารสำคัญ เป็นเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับทำคลอด รวมถึงแจ้งเกิดให้กับลูกน้อย ซึ่งรายละเอียดของเอกสารจะอยู่ในหัวข้อต่อไป
  7. บันทึกพัฒนาการลูกน้อย ช่วงแรกเกิดเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เราคงไม่อยากจะพลาดพัฒนาการแรกเริ่มสุดไปอย่างน่าเสียดาย เพราะฉะนั้นนอกจากจะเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดแล้ว อย่าลืมจดบันทึกความเป็นไปเพื่อคอยสังเกตพัฒนาการของลูกน้อยด้วย ไม่ว่าจะจดแบบแมนนวล หรืออิเล็กทรอนิกส์ ก็ทำได้ทั้งนั้น
  8. อาหารบำรุง เช่น อาหารเสริมน้ำนม ที่ช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่หลังคลอดลูกน้อยได้ ซึ่งอาหารเสริมที่ว่าควรเป็นอาหารเสริมจากสมุนไพร มีสารอาหารจากธรรมชาติ 100% เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกายคุณแม่ได้นั่นเอง

ของใช้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกน้อย

  1. เครื่องปั๊มนม หากเป็นเครื่องปั๊มนมคู่แบบไฟฟ้าได้จะดีที่สุด เพื่อที่เมื่อน้ำนมไหลในขณะที่แม่ไม่ได้อยู่กับลูก คุณแม่จะสามารถปั๊มและเก็บน้ำนมได้ทันที 
  2. ถุงเก็บน้ำนม ไว้ใช้เก็บน้ำนมหลังจากที่ปั๊มนมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  3. กระเป๋าเก็บความเย็น ไว้เก็บถุงน้ำนมที่ได้จากการปั๊ม
  4. ขวดนม และที่ทำความสะอาดขวดนม สำหรับใส่น้ำนมจากถุงเก็บน้ำนมให้ลูกได้ดื่มนมที่ได้จากการปั๊ม
  5. หมอนรองให้นมลูก ในบางโรงพยาบาลอาจมีให้ยืมใช้ แต่ซื้อเตรียมไว้เป็นของตัวเองจะดีที่สุด
  6. ครีมบำรุงหัวนม เพื่อลดอาการเจ็บ แห้ง หรือแตกที่เกิดจากการให้ลูกดูดนมจากเต้า
  7. แผ่นประคบหน้าอก ช่วยลดอาการก้อนไขมันสะสมที่เต้านม และให้น้ำนมไหลสะดวกขึ้นเมื่อลูกดูดนมจากเต้าอีกด้วย
  8. ชุดชั้นในให้นม และกางเกงเอวสูง ควรมีอย่างละ 4-5 ตัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่าคลอด กางเกงเอวสูงจะช่วยลดอาการเจ็บแผลผ่าคลอดได้
  9. แผ่นซับน้ำนม และผ้าคลุมให้นม โดยผ้าคลุมให้นมจะช่วยกันโป๊เวลาให้นมลูกขณะที่แขกมาเยี่ยม หรือปั๊มนมให้ลูก หรือพาลูกเข้าเต้า ส่วนแผ่นซับน้ำนม จะช่วยกันเลอะในเวลาที่น้ำนมไหล เวลาที่ปั๊มนม หรือพาลูกเข้าเต้าได้นั่นเอง
  10. คาร์ซีท เอาไว้ป้องกันการกระแทกที่เกิดจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทางโดยรถยนต์
จัดกระเป๋าเตรียมดูแลลูกน้อยหลังคลอด

จัดกระเป๋าเตรียมดูแลลูกน้อยหลังคลอด

สำหรับการจัดกระเป๋าใบนี้ จะเน้นเรื่องของใช้เด็กแรกเกิดสำหรับดูแลลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าของลูก ผ้าอ้อม ผ้าซับต่างๆ ที่ใช้ในการดูแลลูก รวมถึงครีมบำรุง และผ้ารองต่างๆ ที่คุณแม่และคุณพ่อมือใหม่อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าจำเป็นในการดูแลลูกเล็กอย่างยิ่งยวด

  1. ชุดเด็ก ประกอบด้วย เสื้อผ้าเด็กอ่อน รองเท้า หมวก และถุงมือ เตรียมไว้อย่างน้อย 1-2 ชุด
  2. สำลีก้อน คัตตอนบัต และผ้าก็อซ สำหรับเช็ดทำความสะอาดที่บริเวณตา ใบหู สะดือ และปากของลูก
  3. โลชั่นสำหรับเด็ก ใช้ทาตัวป้องกันผดผื่น
  4. อุปกรณ์อาบน้ำสำหรับเด็ก โดยทั่วไปทางโรงพยาบาลจะมีเตรียมให้ แต่เตรียมซื้อไปเองจะดีที่สุด
  5. ผ้านุ่มสำหรับเช็ดทำความสะอาด ทั้งแบบเปียกและแบบแห้ง สำหรับทำความสะอาดก้น หรือจุดซ่อนเร้นของลูก
  6. ผ้าอ้อมและแพมเพิส โดยผ้าอ้อมอาจใช้สำหรับเปลี่ยนกลางวันที่สามารถเปลี่ยนระบายได้บ่อย และแพมเพิสอาจใช้ในเวลากลางคืน
  7. ผ้าห่อตัวและผ้าห่ม เอาไว้ห่อตัวให้ลูกน้อยรู้สึกปลอดภัย ไม่ต่างจากตอนอยู่ในรกนั่นเอง
  8. ผ้ารองหลังเด็กและผ้าซับน้ำลาย ผ้ารองหลัง มีไว้สำหรับรองปัสสาวะเมื่อลูกน้อยถ่ายเบา ควรกันเปียก กันซึม และสามารถระบายได้ดี ส่วนผ้าซับน้ำลายมีไว้คอยซับน้ำลายลูกน้อยนั่นเอง

จัดกระเป๋าเตรียมดูแลคนเพิ่งคลอด

หลังคลอดลูก อาจมีอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องให้ความสนใจไปยังลูกน้อยแรกเกิด จนคุณแม่อาจเกิดความเครียด หรือเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว คนดูแลอย่างเรา ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะคุณพ่อ หรือเป็นญาติ พี่น้อง เพื่อนสนิท สามารถช่วยแบ่งเบาความเครียดได้ ด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจช่วยคุณแม่ได้อย่างยิ่งยวด ดังนี้ 

  1. ของกินเล่น หาของกินเล่นของโปรดที่คุณแม่ชอบทาน แน่นอนว่าควรมีประโยชน์ เพื่อให้คุณแม่ได้ผ่อนคลาย มีของขบเคี้ยวเพลินๆ ได้
  2. เครื่องนอนส่วนตัว แม้จะใช้เวลาพักคลอดที่โรงพยาบาลไม่กี่วัน แต่ผ้าห่ม หรือหมอนที่คุ้นเคย ก็ย่อมทำให้หลับสบายกว่าเครื่องนอนที่ไม่คุ้นเคยแน่นอน 
  3. อุปกรณ์คลายเครียด เช่น อุปกรณ์นวดหลัง เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย หรือลูกบอลบีบคลายเครียด สิ่งของเหล่านี้ เป็นอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศในห้อง ผ่อนคลายความเครียดทั้งร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี
  4. เงินสด ในช่วงพักหลังคลอดอาจมีของที่จำเป็นต้องซื้ออย่างคาดไม่ถึง และคุณแม่อาจจะไม่มีเวลาไปกดเงินสดอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการเตรียมเงินสดไว้ก็อาจช่วยให้จับจ่ายใช้สอยได้ทันที ไม่ต้องหาตู้กดเงินให้เสียเวลา

เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมก่อนคลอด

ในการคลอดลูกน้อยนั้น จะมีเอกสารที่ต้องเตรียม 2 ส่วนหลักๆ คือ เอกสารสำหรับเตรียมคลอด และเอกสารสำหรับแจ้งเกิดที่อาจถูกปรับได้หากไม่แจ้งภายใน 15 วัน หัวข้อนี้จะมาสรุปให้คุณแม่ คุณพ่อมือใหม่แบบเข้าใจง่ายกันว่าควรจะต้องเตรียมเอกสารอะไรกันบ้าง

  • เอกสารสำหรับเตรียมคลอด
  1. สมุดฝากครรภ์ เอกสารสำคัญอันดับหนึ่งที่คุณแม่ต้องมีติดตัว เพราะนอกจากจะเอาไว้บันทึกอนามัยของคุณแม่และทารกในตลอดระยะเวลาที่อุ้มครรภ์มาแล้วนั้น ในสมุดฝากครรภ์ยังมีข้อมูลสำคัญ สภาวะของคุณแม่และครรภ์ที่แพทย์จะต้องระมัดระวังในระหว่างทำคลอดด้วยเช่นกัน
  2. ใบนัดแพทย์ เป็นใบนัดที่ต้องแสดงที่โรงพยาบาลก่อนทำคลอด
  3. บัตรและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งของคุณแม่ และคุณพ่อ โดยให้เตรียมสำเนาไว้อย่างละ 2 ชุด
  • เอกสารสำหรับแจ้งเกิด หรือ ทำใบสูติบัตร
  1. หนังสือรับรองการเกิด ท.ร.๑/๑ เอกสารนี้ออกโดยโรงพยาบาล หรือสถานีมัยที่คุณแม่ทำคลอดนั่นเอง
  2. บัตรประชาชน ของคุณแม่ และคุณพ่อ
  3. บัตรประชาชนของผู้แจ้งเกิด หรือ ผู้รับมอบอำนาจให้แจ้งเกิด
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน ซึ่งเป็นสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้านที่ต้องการให้เด็กแรกเกิดย้ายเข้า

ส่วนเอกสารเกี่ยวกับประกันสังคมนั้น  สามารถทำเรื่องยื่นขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาได้ทั่วประเทศ ซึ่งต้องยื่นในวันและเวลาราชการ สามารถให้ผู้อื่นยื่นขอรับสิทธิแทนคุณแม่ได้ และมีรายละเอียดเอกสารปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป อาจไม่ได้ใช้ในวันคลอดทันที

🏥 ตารางเปรียบเทียบ: เตรียมของไปคลอด รพ.รัฐ VS รพ.เอกชน (ต้องเตรียมต่างกันไหม?)

รายการโรงพยาบาลรัฐโรงพยาบาลเอกชน
ของใช้แม่ต้องเตรียมไปเองเกือบทั้งหมด (ผ้าอนามัย, สบู่, ผ้าเช็ดตัว)ส่วนใหญ่มี Premium Kit ให้ (เตรียมไปแค่สกินแคร์/เครื่องสำอาง)
ของใช้ลูกเตรียมชุดวันกลับ, ผ้าห่อตัว, ผ้าอ้อมผ้ามักมีเซตของขวัญแรกเกิดและชุดวันกลับให้ (เช็กกับ รพ. อีกครั้ง)
เอกสารเน้นสำเนาหลายชุด (เผื่อเบิกจ่ายสวัสดิการรัฐ)บริการรวดเร็ว เน้นตัวจริงและแจ้งชื่อลูกให้พร้อม

การเตรียมตัวก่อนคลอด

นอกจากการจัดกระเป๋าเตรียมของคลอดจะเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนเข้าโค้งเตรียมคลอดแล้วนั้น อีกหนึ่งสเต็ปที่อยากแนะนำให้คุณแม่และคุณพ่อช่วยกันเตรียม คือ การเตรียมความพร้อมของสภาพแวดล้อมที่บ้าน รวมถึงจิตใจของคุณแม่และคุณพ่อ ก่อนที่จะเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านนั่นเอง

แน่นอนว่าบรรดาคุณแม่และคุณพ่อ อาจจะได้วางแผนเตรียมพื้นที่สำหรับเลี้ยงลูกโดยเฉพาะ เข้าคอร์สคุณแม่เพื่อฝึกการเลี้ยงลูกน้อย ฝึกทักษะการรับมือกับอาการเจ็บท้องเตือน ตรวจสุขภาพกับแพทย์รายสัปดาห์ และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้มีทักษะ พร้อมรับมือชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นมา แต่อาจจะมีเรื่องนอกเหนือจากทักษะที่อาจลืมนึกไปได้ (เพราะมีเรื่องที่ต้องเตรียมตัวหลายอย่างเหลือเกิน)

ดังนั้น หัวข้อนี้จะมาแนะนำการเตรียมตัวอีกด้านนอกเหนือจากทักษะ อย่างเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านที่อาจมองข้าม การเตรียมใจของคุณแม่ หาที่พักผ่อนสองต่อสอง ฯลฯ เพื่อให้ว่าที่คุณแม่และคุณพ่อ ได้ลองเอาไปทำกันขำๆ ส่งท้ายก่อนลุยเลี้ยงลูกน้อยกันยาวๆ 

  • ทำแผนการคลอด เป็นการระบุสิ่งที่คุณแม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการคลอด คนที่จะคอยให้กำลังใจในห้องคลอด รวมถึงระบุความต้องการอื่นๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้คุณพ่อ คนรอบข้าง และแพทย์ที่ทำคลอดเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้การคลอดของเราเป็นที่น่าจดจำ
  • เตรียมอาหารแช่แข็ง หลังจากคลอดลูกน้อย คุณแม่ก็ต้องหัวหมุนกับการเลี้ยงลูก คุณพ่อก็ต้องหัวหมุนกับการเลี้ยงทั้งลูกและคุณแม่จนอาจจะไม่มีเวลาทำกับข้าว ดังนั้นการเตรียมอาหารแช่แข็งพร้อมอุ่นรับประทาน จึงเป็นตัวเลือกลัดเวลาที่น่าสนใจ
  • แบ่งพื้นที่ระหว่างเลี้ยงลูกน้อยกับลูกสี่ขา สำหรับบ้านที่มีลูกเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว เมื่อคลอดเด็กน้อยมา การแบ่งพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัจจัยของความสะอาด หรือเรื่องเสียงที่อาจรบกวนลูกน้อยระหว่างนอนหลับได้ จนกว่าทารกจะโตพอที่จะเข้าใกล้กับพี่น้องสี่ขาของบ้านได้
  • เที่ยวเบบี้มูน (Babymoon) แบบสวีทส่งท้าย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลังจากคลอดลูกน้อยออกมา ชีวิตของคุณแม่และคุณพ่อจะไม่เหมือนเดิมอีกระยะใหญ่ๆ  ดังนั้นก่อนที่จะอุทิศเวลาทั้งวันและทั้งคืนเพื่อลูกน้อย ว่าที่คุณแม่และคุณพ่อก็สามารถไปเที่ยวแบบสวีทส่งท้าย พร้อมต้อนรับลูกน้อยในท้องออกสู่โลกภายนอกได้เช่นกัน
  • ทำความรู้จักสมาคมคุณแม่ จะมีใครเข้าใจหัวอกเราได้เท่าคนเป็นแม่เหมือนกัน เพื่อไม่ให้สภาพจิตใจของคุณแม่เหนื่อยล้าและรู้สึกเดียวดาย การได้คุยกับแม่ๆ ที่รับมือกับสถานการณ์เดียวกัน อาจเป็นโอกาสที่ดีให้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนทักษะในการรับมือลูกน้อยได้เช่นกัน
  • นัดคุณแม่ทานข้าว จะคุยกับคุณแม่คนไหน ก็ไม่เท่าคุยกับคุณแม่ที่ให้กำเนิดเราเอง ถือเป็นนัดทานข้าวพูดคุยระหว่างแม่ลูกก่อนที่เราจะได้เป็นคุณแม่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ เป็นทั้งการรำลึกความหลัง และเพิ่มความแน่นแฟ้นระหว่างแม่ลูกได้อย่างน่าอบอุ่นไม่น้อย
  • ใช้เวลา 1 วันกับตัวเอง ในอีกไม่กี่สัปดาห์ ทุกช่วงเวลาของชีวิตเราจะเป็นของลูกน้อยแล้ว เพราะฉะนั้นขออย่างน้อย 1 วันให้ได้ใช้กับตัวคุณแม่เอง ตามใจตัวเองอย่างเต็มที่ ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เพื่อให้สภาพจิตใจมั่นคง พร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดี
ชวนสังเกตสัญญาณใกล้คลอด

ชวนสังเกตสัญญาณใกล้คลอด

เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 37 เป็นต้นไปนั้น ว่าที่คุณแม่ต้องคอยระวังในช่วงนี้อย่างสูงสุด เพราะนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่ร่างกายเตรียมคลอดได้ทุกเมื่อ ดังนั้น นอกจากจะเตรียมของไปคลอดแล้ว คุณแม่ต้องไม่ลืมสังเกตตัวเอง เตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกในท้องเช่นกัน ซึ่งวิธีสังเกตสัญญาณเตือนใกล้คลอดนั้น มีดังนี้

  • ท้องลด หรือ ทารกกลับหัว เกิดในคุณแม่บางราย มีสาเหตุมาจากทารกเคลื่อนตัวลง เปลี่ยนตำแหน่งเคลื่อนศีรษะลงล่าง ทำให้ท้องของคุณแม่มีขนาดเล็กลง ไม่มีอาการอึดอัด หายใจสะดวกขึ้น แต่ในขณะเดียวกันจะรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย เพราะศีรษะของทารกเคลื่อนเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกราง และเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ  โดยอาการนี้มักเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนคลอด หรือบางรายอาจเป็นไม่กี่ช่วงโมงล่วงหน้าก่อนคลอด
  • ท้องแข็งถี่ เกิดจากการที่มดลูกบีบตัวเป็นจังหวะ ซึ่งความถี่นั้น หากเป็นการเจ็บท้องเตือนอาจถี่เป็นรายชั่วโมง แต่หากเป็นการเจ็บท้องคลอดอาจถี่มาก นับเป็นรายนาทีได้เลย คุณแม่ที่มีอาการท้องแข็งเป็นจังหวะถี่ หมายความว่าร่างกายของคุณแม่กำลังเตรียมปากมดลูกให้บางลง พร้อมให้ลูกน้อยคลอดนั่นเอง
  • มีเมือกหรือมูกเลือดไหลจากช่องคลอด โดยปกตินั้น ตัวเมือกในครรภ์จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในครรภ์ได้ เมื่อร่างกายใกล้คลอด ปากมดลูกก็จะบางลงและเปิดเพื่อเตรียมคลอดลูก จึงเป็นเหตุให้เมือกในครรภ์ไหลออกมาด้วยเช่นกัน บางครั้งก็มีเลือดผสม ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนใกล้คลอดได้เช่นกัน

อีกหนึ่งสิ่งสุดท้ายที่อยากให้ระวัง คือ ภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งอาการที่สังเกตได้ คือ ทารกดิ้นน้อยลง บริเวณใบหน้า มือ และเท้าของคุณแม่มีอาการบวม อีกทั้งยังมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หายใจลำบาก และมีความดันเลือดสูง โดยผลข้างเคียงของภาวะครรภ์เป็นพิษนั้น อาจมีผลให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้เลยทีเดียว 

📝 Editor’s Summary: สิ่งที่ต้องโฟกัสในกระเป๋าแม่

  • สิ่งที่ควรโฟกัส: ผ้าอนามัยแบบกางเกง (ชีวิตดีขึ้น 100% เพราะน้ำคาวปลาเยอะกว่าที่คิด), เสื้อชั้นในให้นม, และ สกินแคร์ (แม่ต้องสวยตอนถ่ายรูปรับขวัญลูก!)
  • สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: เสื้อผ้าแฟชั่นจัดเต็ม (ใส่ชุดโรงพยาบาลสบายที่สุดค่ะ), ของเล่นลูก (น้องยังมองไม่เห็นและยังไม่เล่นค่ะ)
  • สัญญาณที่ควรพบแพทย์: ปวดท้องทุก 5-10 นาที, มีมูกเลือด, น้ำคร่ำเดิน (แตกพรวดหรือซึม), หรือลูกดิ้นน้อยลงผิดปกติ (หาหมอทันทีไม่ต้องรอจัดกระเป๋าเสร็จ!)

คำถามที่พบบ่อย

อ่านจนถึงตรงนี้ คุณแม่ คุณพ่อหลายๆ คนคงจะถึงบางอ้อ และพอใจชื้นกับการเตรียมของไปคลอดลูกน้อยบ้างแล้ว ครั้งนี้ มาดูคำถามที่พบบ่อยกัน เพื่อทบทวนความเข้าใจว่าเราไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไป จัดกระเป๋าได้แบบไม่มีพลาด

ตะกร้าเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง

ตะกร้าเตรียมคลอดนั้นจะได้ใช้เมื่อคุณแม่เจ็บท้อง อยู่ในห้องรอคลอดแล้ว ซึ่งในตะกร้าอาจมีของที่ได้ใช้เลยทันที ได้แก่ ของใช้ส่วนตัวทั่วไป พวกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ โฟมล้างหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าอนามัย และอุปกรณ์สื่อสารรวมถึงที่ชาร์จ สิ่งเหล่านี้จะได้ใช้ในห้องเตรียมคลอด และของใช้เต็มๆ จะได้ใช้เมื่อได้ห้องพักหลังคลอดแล้วนั่นเอง

เตรียมของใช้ทารกแรกเกิด มีอะไรบ้าง

หากเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกโดยเฉพาะนั้น โดยเบื้องต้นจะแบ่งออกเป็นอุปกรณ์ที่คุณแม่ใช้ และอุปกรณ์ที่ลูกใช้ อุปกรณ์ที่แม่ใช้คร่าวๆ ได้แก่ เครื่องปั๊มนม แผ่นซับน้ำนม ถุงเก็บน้ำนม ขวดนม จุก หมอนรองให้นม ครีมบำรุงหัวนม ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้กับทารกคร่าวๆ นั้น ได้แก่ ผ้าอ้อมและแพมเพิส ผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาด ผ้าห่อตัว ผ้ารองหลังเด็กและผ้าซับน้ำลาย 

เตรียมของใช้ทารกแรกเกิด เมื่อไหร่

เมื่อตั้งครรภ์เข้าเดือนที่ 8 หรือสัปดาห์ที่ 29 ของการตั้งครรภ์จะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด เพราะหากช้ากว่านั้น จะเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่พร้อมคลอดแล้ว หากเริ่มเตรียมตัวช่วงนั้น ก็อาจเกิดเหตุคลอดฉุกเฉินก่อนจัดกระเป๋าได้ 

สรุป

ในการจัดกระเป๋าสำหรับเตรียมของไปคลอดนั้น สามารถเริ่มเตรียมได้เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เข้าเดือนที่ 8 เพราะเมื่อเข้าเดือน 9 เป็นต้นไป จะถือว่าเป็นช่วงที่ร่างกายพร้อม สามารถคลอดลูกได้ทุกเมื่อ ซึ่งคุณแม่ก็ต้องคอยสังเกตอาการตัวเองในระยะนั้นด้วยเช่นกันว่ามีการเจ็บท้องเตือนก่อนคลอดหรือไม่ ส่วนกระเป๋าเตรียมคลอดนั้น สามารถแบ่งได้เป็น กระเป๋าสำหรับคุณแม่ กระเป๋าสำหรับลูกน้อย และกระเป๋าสำหรับคนเฝ้า โดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชน ก็จะมีอุปกรณ์ ของใช้เล็กๆ น้อยๆ คอยบริการคุณแม่ให้ แต่หากเตรียมพร้อมไปตั้งแต่ต้นก็จะดีที่สุด 

ไม่เพียงการจัดกระเป๋าเตรียมของสำหรับไปคลอด แต่ก็มีการเตรียมตัวเล็กๆ น้อยๆ การเตรียมใจของว่าที่คุณแม่ คุณพ่อ ที่สามารถช่วยให้ได้ใช้เวลากับตัวเอง เตรียมความพร้อมต้อนรับลูกน้อยสู่ครอบครัวได้อย่างอบอุ่นแน่นอน 

ParentSmart Note: ข้อมูลนี้เป็นการรวบรวมคำแนะนำเบื้องต้นเพื่อความสะดวกในการเตรียมตัวเท่านั้น เนื่องจากร่างกายของคุณแม่แต่ละท่านและนโยบายของแต่ละโรงพยาบาลมีความแตกต่างกัน หากคุณแม่มีอาการผิดปกติ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพครรภ์ แม่แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้เป็นสำคัญที่สุดนะคะ เพราะความปลอดภัยของแม่และเจ้าตัวเล็กต้องมาก่อนเสมอค่ะ

You may also like

ParentSmart ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้เราจดจำคุณได้ และนำเสนอเนื้อหาพัฒนาการลูกน้อยที่ตรงใจคุณแม่มากที่สุด หากคุณใช้งานเว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้เราดูแลคุณผ่านคุกกี้ตาม [นโยบายความเป็นส่วนตัว] ของเรานะคะ Accept Read More