ลูกคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด… แต่แม่ๆ อย่างเราก็รู้ดีค่ะว่า “ค่าผ้าอ้อม ค่านม และค่าเทอม” ในอนาคตนั้นล้ำค่า (และแพง) ยิ่งกว่า! เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระและสนับสนุนให้เจ้าตัวเล็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ รัฐบาลไทยจึงมีสวัสดิการที่เรียกว่า “เงินอุดหนุนบุตร” มอบเงินช่วยเหลือ 600 บาทต่อเดือน ให้ยาวๆ จนถึง 6 ขวบเลยค่ะ
หลายคนอาจจะมองว่าเงินจำนวนนี้ดูไม่เยอะ แต่สำหรับแม่ที่ต้องบริหารงบในบ้าน นี่คือเงินกองกลางที่จะช่วยให้ลูกได้กินนิ่ม นอนอุ่น และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้จริงค่ะ แต่การจะได้มานั้นมี “เงื่อนไข” และ “ขั้นตอน” ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ที่ควรได้ไปฟรีๆ มาเช็กไปพร้อมกับแม่เลยค่ะว่าต้องเริ่มตรงไหน!
⚠️ หมายเหตุ: ข้อมูลนี้อ้างอิงตามระเบียบปี 2569 สิทธิต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายล่าสุดของกรมกิจการเด็กและเยาวชน โปรดตรวจสอบสิทธิอีกครั้งก่อนยื่นเอกสาร
Table of Contents
💡 Key Takeaways (สิ่งที่แม่ต้องรู้ทันที)
- สิทธิ์นี้ได้ถึง 6 ขวบ: รับเงินโอนเข้าบัญชีเดือนละ 600 บาท จนกว่าลูกจะอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
- ต้องมีสัญชาติไทย: ทั้งตัวลูก และผู้ปกครองที่ยื่นขอ (พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นไทยก็ได้ค่ะ)
- เน้นครอบครัวรายได้น้อย: เฉลี่ยรายได้สมาชิกในบ้านต้องไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี (รวมตัวลูกที่เกิดใหม่ในการหารด้วยนะ!)

🤱 เงินอุดหนุนบุตรคืออะไร? ทำไมแม่ๆ ถึงไม่ควรพลาดสิทธิ์นี้
ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ เงินอุดหนุนบุตร คือเงินช่วยเหลือจำนวน 600 บาทต่อเดือน ที่รัฐมอบให้ตั้งแต่น้องเกิดจนถึงอายุ 6 ปีเต็มค่ะ
แม่เข้าใจค่ะว่าบางคนอาจมองว่าเงิน 600 บาทดูไม่เยอะ แต่ถ้ามองในระยะยาว นี่คือเงินค่าแพมเพิร์สหรือค่านมเสริมคุณภาพดีให้ลูกได้ในแต่ละเดือนเลยนะคะ ที่สำคัญโครงการนี้ต้องการให้เด็กไทยทุกคนเข้าถึงระบบสาธารณสุขและการดูแลที่ถูกต้องตามวัยค่ะ
✅ เช็กด่วน! คุณสมบัติแบบนี้ “ได้สิทธิ์ชัวร์”
ไม่ต้องอ่านภาษากฎหมายให้ปวดหัวค่ะ แม่สรุป Checklist มาให้แล้ว ถ้าติ๊กถูกครบทุกข้อ เตรียมยื่นเอกสารได้เลย!
👶 คุณสมบัติของลูก (ตัวเล็ก)
- [ ] อายุ: ตั้งแต่แรกเกิด – ไม่เกิน 6 ปี
- [ ] สัญชาติ: ต้องมีสัญชาติไทย (พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นคนไทยก็ได้ค่ะ)
- [ ] การอยู่อาศัย: ต้องอยู่กับผู้ปกครอง (ไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ)
👩ดูแล คุณสมบัติของผู้ปกครอง (คนสมัคร)
- [ ] สัญชาติ: มีสัญชาติไทย
- [ ] ความสัมพันธ์: เป็นพ่อ แม่ หรือ “ผู้ที่เลี้ยงดูเด็กจริงๆ” (ปู่ย่าตายายสมัครแทนได้ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงเอง)
- [ ] ฐานะ: อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
💡 Tips จากแม่: ถึงคุณแม่จะทำงานใช้สิทธิ์ประกันสังคม ก็สามารถขอรับเงินอุดหนุนบุตรตัวนี้ได้ “ควบคู่กันไป” นะคะ ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ!
🧮 วิธีคำนวณรายได้ “ไม่เกิน 1 แสน” (ฉบับฟันธง!)
จุดนี้แม่ๆ งงกันที่สุด! หลายคนคิดว่าเงินเดือนตัวเองเกินหมื่นก็อดแล้ว… “ไม่จริงค่ะ!” เพราะเขาดูที่ “รายได้เฉลี่ยของทุกคนในบ้าน” มาดูสูตรนี้กันค่ะ

ตัวอย่างให้เห็นภาพ:
ในบ้านมี พ่อ (รายได้ 1.2 แสน/ปี) + แม่ (ไม่มีรายได้) + ลูกที่เกิดใหม่ = รวม 3 คน
- รายได้รวมคือ $120,000$ บาท
- หาร 3 คน = เฉลี่ยคนละ 40,000 บาทต่อปี
- ฟันธง: แบบนี้ “ผ่านเกณฑ์” ได้รับเงิน 600 บาทแน่นอนค่ะ!
📝 Editor’s Summary: สรุปหัวข้อคุณสมบัติ
- สิ่งที่ควรโฟกัส: การนับจำนวนคนในบ้าน ให้นับ “ลูก” เข้าไปด้วยเสมอ เพราะจะช่วยให้ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อคนลดลงและผ่านเกณฑ์ง่ายขึ้นค่ะ
- สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: หากพ่อแม่ทำงานต่างจังหวัด แล้วฝากลูกให้ตายายเลี้ยงที่บ้านนอก ให้ “ตายาย” เป็นคนลงทะเบียนในพื้นที่ที่น้องอยู่จริงได้เลยค่ะ ไม่ต้องลำบากเดินทาง
- สัญญาณที่ควรพบเจ้าหน้าที่ (พม.): หากรายได้คาบเส้นหรือมีความซับซ้อนในครอบครัว เช่น พ่อแม่แยกทางกันแต่ไม่ได้หย่า ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต/พมจ. โดยตรงเพื่อขอคำรับรองเป็นกรณีพิเศษค่ะ

📑 เตรียมเอกสารให้พร้อม! (Checklist ฉบับแม่ลูกอ่อน)
💡 Key Takeaways สำหรับส่วนนี้
- เอกสาร: หัวใจสำคัญคือ “ผู้รับรองรายได้” (ใบ ดร.02) ต้องหาคนที่ตำแหน่งตรงตามเงื่อนไขมาเซ็นให้ครบค่ะ
- ช่องทาง: ถ้าสะดวกเดินทางไป “เขต/เทศบาล” จะจบงานได้ไวเพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารให้ทันที แต่ถ้าถนัดเทคโนโลยี “แอปฯ เงินเด็ก” คือคำตอบค่ะ
- PromptPay: แนะนำให้ผูกกับ เลขบัตรประชาชน ไว้เลย เงินเข้าชัวร์และไวกว่าวิธีอื่น
การลงทะเบียนจะทำได้ “หลังจากคลอดน้องแล้ว” เท่านั้นนะคะ ใครที่กำลังท้องอยู่ แม่แนะนำให้ Print ใบ ดร.01 และ ดร.02 มารอไว้ก่อนเลยค่ะ
- แบบคำร้อง ดร.01: ข้อมูลคนขอรับสิทธิ
- แบบรับรองสถานะครัวเรือน ดร.02: (สำคัญมาก!) ต้องให้บุคคลที่น่าเชื่อถือ (เช่น ข้าราชการ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน) เซ็นรับรองรายได้ว่าเราไม่เกินเกณฑ์จริงๆ
- บัตรประชาชนตัวจริง: ของผู้ปกครอง
- สูติบัตรลูก: (ฉบับจริงและสำเนา)
- สมุดบัญชีเงินฝาก: (กรุงไทย, ออมสิน หรือ ธกส.) หรือ สมุดบัญชีธนาคารใดก็ได้ที่ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน
- สมุดฝากครรภ์ (เล่มชมพู): ใช้สำเนาหน้าแรกที่มีชื่อคุณแม่ค่ะ
- กรณีทำงานบริษัท/ข้าราชการ: ต้องมีใบรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนแนบมาด้วยนะคะ

🚀 ขั้นตอนลงทะเบียน: เลือกวิธีที่แม่สะดวกที่สุด!
ในปัจจุบันปี 2569 นี้ การลงทะเบียนทำได้ 2 ทางหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
1. ลงทะเบียนที่หน่วยงาน (แบบดั้งเดิมแต่ชัวร์)
วิธีนี้เหมาะสำหรับแม่ที่ไม่ถนัดใช้แอปฯ หรืออยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเช็กเอกสารให้จบในที่เดียว
- กรุงเทพฯ: ไปที่สำนักงานเขต
- ต่างจังหวัด: ไปที่ อบต. หรือ เทศบาล ตามที่พักอาศัยจริง (ไม่ต้องตามทะเบียนบ้านก็ได้นะคะ แค่มีคนรับรองว่าเราอยู่ที่นั่นจริง)
- เมืองพัทยา: ไปที่ศาลาว่าการเมืองพัทยาค่ะ
2. ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านแอปฯ “เงินเด็ก” (C-Child)
สะดวกมากสำหรับแม่ที่ปลีกตัวออกจากลูกไม่ได้ แต่มีขั้นตอนที่ต้องระวังคือการ “ยืนยันตัวตน” ค่ะ
- โหลดแอปฯ: ค้นหาคำว่า “เงินเด็ก” ได้ทั้ง iOS และ Android
- ยืนยันตัวตน (e-KYC): คุณแม่ต้องมีแอปฯ D.DOPA ของกรมการปกครองก่อนนะคะ (ถ้ายังไม่มี ต้องไปยืนยันตัวตนที่เขตหรืออำเภอครั้งแรกครั้งเดียวค่ะ)
- กรอกข้อมูล: ทั้งของผู้ปกครอง น้อง และ “ผู้รับรองสิทธิ” (ต้องมีเลขบัตรประชาชนผู้รับรองด้วย)
- แนบรูปเอกสาร: ถ่ายรูปเอกสารที่เตรียมไว้ข้างต้นเข้าระบบ
📝 Editor’s Summary: สรุปหัวใจการลงทะเบียน
- สิ่งที่ควรโฟกัส: ความถูกต้องของ “ใบ ดร.02” ค่ะ ตรวจสอบดูว่าผู้รับรองเซ็นชื่อและระบุตำแหน่งชัดเจนไหม เพราะเป็นจุดที่ทำให้แม่ๆ โดนตีกลับเอกสารบ่อยที่สุด
- สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: ไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ที่จะลงทะเบียนค่ะ “อยู่ที่ไหน ลงที่นั่น” แค่หาคนรับรองในพื้นที่นั้นให้ได้ก็พอ
- สัญญาณที่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่: หากลงทะเบียนผ่านแอปฯ แล้วสถานะไม่ขยับเกิน 15 วัน หรือขึ้นข้อความว่า “ข้อมูลไม่สมบูรณ์” ให้รีบโทรสายด่วน 1300 หรือติดต่อ พมจ. ใกล้บ้านทันทีค่ะ
มาถึงช่วงสุดท้ายที่เป็น “นาทีระทึกใจ” ของคุณแม่ทุกคนแล้วค่ะ นั่นคือการลุ้นว่า “เงินจะเข้าไหม?” และ “เข้าเมื่อไหร่?”
แม่ขออัปเดตข้อมูลให้เป็น ปี 2569 (ปัจจุบัน) พร้อมวิธีอ่านสถานะตัวภาษาอังกฤษแปลกๆ ที่ทำให้แม่ๆ หลายคนกินไม่ได้นอนหลับ แม่จะแปลเป็นไทยให้เข้าใจง่ายๆ เองค่ะ
💡 Key Takeaways สำหรับส่วนนี้
- วิธีเช็คที่เร็วที่สุด: ใช้แอปฯ “เงินเด็ก” หรือ “ทางรัฐ” จะเห็นสถานะละเอียดกว่าหน้าเว็บค่ะ
- รหัสปริศนา: ถ้าเห็น Status E อย่าเพิ่งตกใจ ส่วนใหญ่แค่ข้อมูลไม่พ่วงกับระบบธนาคาร แก้ได้ไม่ยากค่ะ
- วันเงินเข้า: จำง่ายๆ คือ “วันที่ 10” แต่ถ้าติดวันเสาร์-อาทิตย์ รัฐจะโอนให้ “ก่อน” เสมอ (แม่ชอบมาก!)

🔍 ช่องทางเช็คสิทธิ “เงินอุดหนุนบุตร” (อัปเดต 2569)
เมื่อลงทะเบียนไปแล้ว ประมาณ 1 เดือน คุณแม่ควรเริ่มเข้ามาเช็คสถานะได้เลยค่ะ
1. เช็คผ่านเว็บไซต์ (สะดวกแบบไม่ต้องโหลดแอป)
เข้าไปที่ ระบบตรวจสอบสิทธิโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
- กรอกเลขบัตรประชาชน “ผู้ปกครอง”
- กรอกเลขบัตรประชาชน “เด็กแรกเกิด”
- ระบุรหัสยืนยันตัวเลขตามภาพ แล้วกดตรวจสอบค่ะ
2. เช็คผ่านแอปพลิเคชัน (แนะนำที่สุด)
โหลดแอปฯ “เงินเด็ก” (C-Child) หรือแอปฯ “ทางรัฐ” ติดเครื่องไว้เลยค่ะ เพราะจะมีการแจ้งเตือน (Notification) เวลาเงินเข้า หรือเวลาที่ต้องอัปเดตข้อมูล ทำให้เราไม่พลาดสิทธิค่ะ
⚠️ แปลผลสถานะ: แบบไหนได้เงิน? แบบไหนต้องรีบแก้?
หลายคนเช็คแล้วเจอตัวภาษาอังกฤษแล้วงง… แม่ฟันธงให้ตามนี้ค่ะ:
- ได้รับสิทธิ / EX: เตรียมฉลองค่ะ! ข้อมูลส่งถึงกรมบัญชีกลางเรียบร้อย รอรับเงินตามรอบได้เลย
- สถานะ E (Error): “ต้องรีบแก้” ส่วนใหญ่เกิดจากเลขบัญชีไม่ตรง หรือข้อมูลในระบบทะเบียนราษฎร์ไม่อัปเดต ให้รีบติดต่อหน่วยงานที่ลงทะเบียนด่วนค่ะ
- ไม่พบข้อมูล: อาจเพราะข้อมูลยังไม่เข้าระบบ (รอ 7-15 วันหลังลงทะเบียน) หรือกรอกเลขผิด ลองเช็คดูอีกทีนะคะ
📅 ปฏิทินเงินอุดหนุนบุตร 2569: เงินเข้าวันไหนบ้าง?
แม่ทำตารางสรุปของ ปี 2569 มาให้แล้วค่ะ เซฟรูปนี้เก็บไว้ในมือถือได้เลย!
| เดือน | วันที่เงินเข้า | หมายเหตุ |
| มกราคม | วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569 | (วันที่ 10 เป็นวันเสาร์) |
| กุมภาพันธ์ | วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 | |
| มีนาคม | วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 | |
| เมษายน | วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 | |
| พฤษภาคม | วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 | (วันที่ 10 เป็นวันอาทิตย์) |
| มิถุนายน | วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 | |
| กรกฎาคม | วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 | |
| สิงหาคม | วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 | |
| กันยายน | วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 | |
| ตุลาคม | วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 | (วันที่ 10 เป็นวันเสาร์) |
| พฤศจิกายน | วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2569 | |
| ธันวาคม | วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2569 | (วันที่ 10 เป็นวันรัฐธรรมนูญ) |
📢 ข่าวลือเรื่องเงินอุดหนุนบุตร 2,000 บาท: > แม่ขอฟันธง ณ ตอนนี้ว่า “ยังคงอยู่ที่ 600 บาท” นะคะ แม้จะมีข้อเสนอขอเพิ่มเป็น 2,000-3,000 บาทจากหลายภาคส่วน แต่ปัจจุบันยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ปรับขึ้นอย่างเป็นทางการค่ะ อย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวปลอมใน TikTok นะแม่!
📝 Editor’s Summary: สรุปส่งท้าย
- สิ่งที่ควรโฟกัส: ตรวจสอบ “พร้อมเพย์” ว่ายังใช้งานได้ปกติและผูกกับเลขบัตรประชาชนอยู่เสมอ เงินจะได้ไม่เด้งกลับค่ะ
- สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: ถ้าเงินเดือนนี้ยังไม่เข้า แต่สถานะปกติ รัฐจะ “จ่ายทบ” ให้ในเดือนถัดไปแน่นอน ไม่หายไปไหนค่ะ
- สัญญาณที่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่: หากสถานะขึ้น “ระงับสิทธิ” หรือเงินไม่เข้าติดต่อกัน 2 เดือนโดยไม่มีสาเหตุ ให้โทรสายด่วน พม. 1300 ทันทีค่ะ
❓ FAQ คำถามที่พบบ่อย (แม่ๆ ถามมา เราตอบให้!)
1. พ่อแม่ทำงานบริษัท มีสิทธิประกันสังคม หรือเป็นข้าราชการ สมัครได้ไหม?
แม่ฟันธง: สมัครได้ค่ะ! สิทธิเงินอุดหนุนบุตร 600 บาท เป็นคนละส่วนกับเงินสงเคราะห์บุตรของประกันสังคม (800 บาท) ถ้าคุณสมบัติรายได้ครอบครัวเฉลี่ยไม่เกิน 1 แสนบาท/คน/ปี คุณแม่จะได้รับ “ทั้งสองทาง” รวมเป็น 1,400 บาทต่อเดือนเลยค่ะ
2. ทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่ปัจจุบันเลี้ยงลูกที่กรุงเทพฯ ต้องไปลงทะเบียนที่ไหน?
แม่ฟันธง: ลงทะเบียนในพื้นที่ที่ “อาศัยอยู่จริง” ได้เลยค่ะ ไม่ต้องกลับไปที่จังหวัดตามทะเบียนบ้าน เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เราอยู่ปัจจุบันจะต้องเป็นคนลงพื้นที่มาตรวจรับรองสิทธิให้เราค่ะ
3. เงินไม่เข้าวันที่ 10 หรือเข้าไม่ตรงงวด ต้องทำยังไง?
แม่ฟันธง: อย่าเพิ่งตกใจค่ะ! ให้เช็คแอปฯ “เงินเด็ก” ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าสถานะปกติแต่เงินไม่เข้า ส่วนใหญ่เกิดจาก “บัญชีพร้อมเพย์มีปัญหา” หรือ “บัญชีธนาคารไม่เคลื่อนไหว” ให้ลองติดต่อธนาคารก่อน ถ้าปกติทุกอย่างค่อยโทรสายด่วน 1300 ค่ะ
4. เงินอุดหนุนบุตรจะปรับเพิ่มเป็น 2,000 – 3,000 บาท จริงไหม?
แม่ฟันธง: ณ กุมภาพันธ์ 2569 ยังไม่จริงค่ะ! ข้อมูลนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอชงเรื่องเข้าที่ประชุม แต่ยังไม่มีมติอนุมัติออกมา ปัจจุบันรัฐยังจ่ายที่ 600 บาทต่อเดือน เท่าเดิม อย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวลือใน TikTok ที่บอกว่าปรับขึ้นแล้วนะคะ
5. ลงทะเบียนช้าไปหลายเดือน จะได้เงินย้อนหลังไหม?
แม่ฟันธง: ได้ย้อนหลังค่ะ! แต่จะย้อนหลังให้ไปจนถึง “เดือนที่ลงทะเบียน” เท่านั้นนะคะ (ไม่ได้ย้อนไปถึงเดือนที่น้องเกิด) ดังนั้น ทันทีที่น้องมีสูติบัตร แม่แนะนำให้รีบไปลงทะเบียนให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกค่ะ
📝 สรุปส่งท้าย: 600 บาทต่อเดือน เพื่ออนาคตของเจ้าตัวเล็ก
- เช็กสิทธิ์ให้ชัวร์: ลูกต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 6 ปี และรายได้เฉลี่ยคนในบ้านต้องไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี (อย่าลืมเอาจำนวนคนหารรายได้รวมนะคะ อย่าเพิ่งท้อถ้าเห็นเงินเดือนตัวเองเยอะ!)
- เอกสารต้องแม่น: เตรียมใบ ดร.01 และ ดร.02 ให้พร้อม โดยเฉพาะตัวผู้รับรองรายได้ ต้องเป็นคนในพื้นที่หรือข้าราชการที่เซ็นชื่อและตำแหน่งชัดเจนเท่านั้นค่ะ
- ช่องทางรับเงิน: แนะนำให้ “ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน” ไว้กับบัญชีธนาคาร (กรุงไทย/ออมสิน/ธกส.) เงินจะเข้าไวและเช็กง่ายที่สุด ทุกวันที่ 10 ของเดือนค่ะ
ParentSmart Disclaimer: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการเงินอุดหนุนบุตรเท่านั้น ทีมบรรณาธิการตรวจสอบข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานรัฐ ณ กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การพิจารณาและผลการอนุมัติสิทธิเป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทีมงานไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐและไม่สามารถอนุมัติเงินแทนได้ หากมีข้อสงสัยเชิงลึก แนะนำให้ติดต่อสายด่วน 1300 หรือสำนักงานเขต/อบต. ในพื้นที่ของท่านค่ะ
🏛️ แหล่งข้อมูลอ้างอิงหลัก (Official Sources)
- กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวง พม.
- บทบาท: หน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการเงินอุดหนุนบุตรโดยตรง
- เว็บไซต์: www.dcy.go.th (สำหรับติดตามข่าวสารประกาศใหม่ๆ)
- ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
- บทบาท: ตรวจสอบสิทธิและสถานะการจ่ายเงิน
- เว็บไซต์ตรวจสอบสิทธิ: csgcheck.dcy.go.th (เข้าเช็กได้ตลอด 24 ชม. ค่ะ)
- กรมบัญชีกลาง (The Comptroller General’s Department)
- บทบาท: หน่วยงานที่ทำหน้าที่โอนเงินเข้าบัญชีคุณแม่
- เว็บไซต์: www.cgd.go.th
📱 แอปพลิเคชันที่ต้องมี (Official Apps)
- แอปฯ “เงินเด็ก” (C-Child): พัฒนาโดยกรมกิจการเด็กฯ ใช้สำหรับลงทะเบียนและติดตามสถานะแบบละเอียด
- แอปฯ “ทางรัฐ”: แอปฯ รวมสวัสดิการภาครัฐ เช็กเงินอุดหนุนบุตรและสิทธิอื่นๆ ได้ในที่เดียว
- แอปฯ “D.DOPA”: ของกรมการปกครอง ใช้เพื่อยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID) ก่อนลงทะเบียนออนไลน์ค่ะ
📞 สายด่วนให้คำปรึกษา
- ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300: โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีปัญหาเรื่องเงินไม่เข้า หรือต้องการสอบถามเรื่องการลงทะเบียนในพื้นที่
- ศูนย์ปฏิบัติการฯ เงินอุดหนุนบุตร: โทร 02-651-6534 หรือ 02-651-6920