Home เตรียมตัวมีลูก & เริ่มตั้งครรภ์รู้เพศลูกตอนกี่เดือน? สรุปชัดทุกวิธีตรวจ เช็กกี่สัปดาห์ชัวร์ที่สุด (ฉบับฟันธงเพื่อแม่มือใหม่!)

รู้เพศลูกตอนกี่เดือน? สรุปชัดทุกวิธีตรวจ เช็กกี่สัปดาห์ชัวร์ที่สุด (ฉบับฟันธงเพื่อแม่มือใหม่!)

0 comments
รู้เพศลูกตอนกี่เดือน

หลังจากเห็น 2 ขีด ความตื่นเต้นถัดมาที่ทำเอาคุณพ่อคุณแม่นอนไม่หลับคือคำถามที่ว่า “เจ้าตัวเล็กในท้องจะเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง?” โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่อยากรีบไปช้อปปิ้งเตรียมชุดสีชมพูหรือสีฟ้าใจจะขาด แต่การรีบไปหาหมอเร็วเกินไปอาจทำให้เรา “หน้าแตก” เพราะทายเพศผิดได้!

ในบทความนี้ แม่จะพาไปดูคำตอบแบบฟันธงว่าเราจะ รู้เพศลูกตอนกี่เดือน กันแน่? วิธีไหนแม่นยำที่สุด และสัญญาณแบบไหนที่บอกว่าลูกพร้อมเฉลยเพศให้เราเห็นแล้ว พร้อมพาส่องความเชื่อมโยงระหว่างเพศกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ ในแต่ละช่วง ถ้าพร้อมจะเฉลยความลับนี้แล้ว… มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยค่ะ!

⚠️ ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้เป็นการแนะนำเบื้องต้นตามหลักการแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยของคุณหมอได้ เนื่องจากสภาพร่างกายและอายุครรภ์ของแม่แต่ละคนมีความแตกต่างกันค่ะ


Table of Contents

💡 Key Takeaways

  • ชัวร์สุดตอน 18-20 สัปดาห์: การอัลตราซาวด์ช่วงนี้เห็นชัดที่สุด (ถ้าเจ้าตัวเล็กไม่นอนเขินหนีกล้องนะ!)
  • รู้เร็วสุดตอน 10 สัปดาห์: ด้วยการตรวจ NIPT (เจาะเลือดแม่) ซึ่งแม่นยำกว่า 99% และรู้ความเสี่ยงดาวน์ซินโดรมด้วย
  • อย่าหลงเชื่อชุดตรวจเองที่บ้าน: ผลตรวจจากปัสสาวะที่ขายออนไลน์ “เชื่อถือไม่ได้” อย่าเสียเงินฟรีค่ะแม่!

🗓️ ไทม์ไลน์รู้เพศลูก: ตรวจตอนไหน ได้ผลเมื่อไหร่?

แม่สรุปตารางเปรียบเทียบมาให้แล้ว ดูภาพเดียวจบ ไม่ต้องนั่งไล่อ่านทีละบรรทัดค่ะ

วิธีการตรวจอายุครรภ์ที่เริ่มตรวจได้ความแม่นยำความเสี่ยงเหมาะกับใคร
อัลตราซาวด์ (2D/4D)18 – 20 สัปดาห์80-90%ไม่มีแม่ทุกคน (เน้นดูพัฒนาการ)
ตรวจ NIPT (เจาะเลือด)10 สัปดาห์ขึ้นไป>99%ไม่มีแม่ที่ต้องการความชัวร์ + เช็กโครโมโซม
เจาะน้ำคร่ำ / ชิ้นเนื้อรก15 – 20 สัปดาห์>99%มี (เสี่ยงแท้ง 0.5%)แม่กลุ่มเสี่ยงที่หมอแนะนำเท่านั้น

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตั้งตารออยากจะรู้ว่าเจ้าตัวเล็กเป็นเด็กชาย หรือเด็กหญิง แต่ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะรู้เพศ หรือจะรู้เพศตอนกี่เดือน โดยปกติแล้วคุณพ่อคุณแม่จะสามารถตรวจดูเพศของทารกในครรภ์ได้ตั้งแต่ช่วงที่มีอายุครรภ์ประมาณ 18-21 สัปดาห์ขึ้นไป ประมาณเดือนที่ 5 หรือช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ เพราะว่าในช่วงอายุครรภ์ดังกล่าวนั้นทารกจะมีการพัฒนาการในส่วนของอวัยวะเพศให้คุณพ่อคุณแม่ และแพทย์ผู้ทำการตรวจสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น ในช่วงที่ตั้งครรภ์คุณแม่จึงควรดูแลตัวเองให้ดี ทั้งในเรื่องของการนอนหลับพักผ่อน การกินอาหาร และการดื่มน้ำ เพื่อช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งจะส่งผลให้ทารกในครรภ์แข็งแรง และช่วยให้รู้เพศของลูกได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Mom’s Tip: ช่วง 18-20 สัปดาห์ ลูกจะมีขนาดประมาณ “ผลมะม่วง” อวัยวะเพศจะพัฒนาสมบูรณ์จนเห็นได้ผ่านหน้าจออัลตราซาวด์แล้วค่ะ!

เจาะลึกวิธีตรวจเพศลูก: วิธีไหนที่แม่ต้องเลือก?

เจาะลึกวิธีตรวจเพศลูก: วิธีไหนที่แม่ต้องเลือก? (สรุปข้อดี-ข้อเสีย) 

หลังจากรู้ “เวลา” แล้ว ทีนี้มาดู “วิธี” กันค่ะ แม่สรุปมาให้ 3 กลุ่มใหญ่ที่แม่ๆ ต้องเจอ เลือกให้เหมาะกับความต้องการและความสบายใจของตัวเองได้เลย!

1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีมาตรฐานที่แม่ทุกคนต้องทำ

เป็นวิธีที่นิยมที่สุดและปลอดภัย 100% เพราะนอกจากลุ้นเพศ ยังได้เช็กพัฒนาการลูกไปด้วย

  • ช่วงเวลา: 18 – 21 สัปดาห์ (ไตรมาสที่ 2)
  • ความแม่นยำ: 80-90% (ขึ้นอยู่กับท่าทางของลูก ถ้าลูกนอนคว่ำหรือหนีบขา อาจจะต้องรอลุ้นรอบหน้าค่ะ)
  • เหมาะสำหรับ: คุณแม่ทุกคนที่เน้นความปลอดภัย ไม่เจ็บตัว และอยากเห็นภาพเจ้าตัวเล็กเป็นที่ระลึก

2. ตรวจ NIPT (เจาะเลือดแม่): รู้ไว ชัวร์ที่สุด ไม่ต้องรอนาน

ถ้าแม่สายเปย์และอยากรู้ผลแบบ “ไม่ต้องลุ้นหน้าจอ” แม่แนะนำวิธีนี้ค่ะ แค่เจาะเลือดแม่ไปตรวจ DNA ลูก

  • ช่วงเวลา: ตั้งแต่ 10 สัปดาห์ขึ้นไป
  • ความแม่นยำ: สูงกว่า 99%
  • เหมาะสำหรับ: แม่ที่อยากรู้เพศเร็ว (ไม่ต้องรอถึง 5 เดือน) และต้องการคัดกรองความเสี่ยงกลุ่มอาการดาวน์ (Down Syndrome) ไปพร้อมกัน เจ็บแค่ตอนเจาะเลือดแต่คุ้มค่าความสบายใจค่ะ

3. การเจาะน้ำคร่ำหรือชิ้นเนื้อรก: ทำเมื่อ “จำเป็น” เท่านั้น

วิธีนี้คือการใช้เข็มเจาะเข้าไปในมดลูกเพื่อนำเซลล์มาตรวจโครโมโซมโดยตรง

  • ความแม่นยำ: เกือบ 100%
  • ฟันธงจากแม่: “อย่าเลือกวิธีนี้เพียงเพราะแค่อยากรู้เพศ” ค่ะ! เพราะมีความเสี่ยงแท้งประมาณ 0.5% คุณหมอจะแนะนำให้ทำเฉพาะในกรณีที่ผลตรวจ NIPT ผิดปกติ หรือคุณแม่มีความเสี่ยงสูงจริงๆ เท่านั้น ความปลอดภัยของลูกต้องมาก่อนเพศเสมอค่ะ

Note เรื่องการทำ IVF: สำหรับคุณแม่ที่ทำเด็กหลอดแก้ว จะรู้เพศได้ตั้งแต่ขั้นตอนคัดกรองตัวอ่อนก่อนฝังตัว ซึ่งเป็นกรณีพิเศษสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยาก ไม่ใช่การตรวจทั่วไปหลังตั้งครรภ์ค่ะ

ทำไมในปัจจุบันถึงนิยมดูเพศลูกด้วยวิธีอัลตราซาวด์?

ทำไมในปัจจุบันถึงนิยมดูเพศลูกด้วยวิธีอัลตราซาวด์?

สำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจเพศลูกอาจจะพบเห็นได้บ่อยว่าในปัจจุบันนั้นมักจะแนะนำวิธีการตรวจเพศลูกด้วยการอัลตราซาวด์ และอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าทำไมถึงเป็นที่แนะนำ และเป็นที่นิยม ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูถึงเหตุผลที่ทำให้ในปัจจุบันนั้นนิยมดูเพศลูกด้วยวิธีอัลตราซาวด์กันมากขึ้น ดังนี้

  • มีความปลอดภัยสูง เพราะว่าการอัลตราซาวด์นั้นจะใช้เพียงเครื่องอัลตราซาวด์ผ่านทางหน้าท้อง หรือผ่านทางช่องคลอด ทำให้โอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการตรวจน้อยกว่าการตรวจวิธีอื่นๆ
  • ไม่สร้างความเจ็บปวด เพราะว่าการอัลตราซาวด์นั้นไม่ต้องใช้เข็มเจาะผ่านร่างกายคุณแม่ เพื่อเก็บตัวอย่างที่จะนำไปตรวจวินิจฉัย จึงทำให้การอัลตราซาวด์นั้นไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับคุณแม่ และทารกในครรภ์
  • เก็บภาพเป็นที่ระลึกได้ เพราะว่าการอัลตราซาวด์ในปัจจุบันนั้นมีทั้งแบบ 2 มิติ 3 มิติ และ 4 มิติ ที่สามารถเก็บได้ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเก็บภาพทารกในครรภ์ไว้ป็นที่ระลึกได้
  • มีความแม่นยำสูง เพราะว่าการอัลตราซาวด์นั้นจะทำให้เห็นภาพทารกในครรภ์ และสามารถเห็นอวัยวะเพศของทารกได้จริง ทำให้แพทย์ผู้ตรวจระบุเพศของทารกได้อย่างชัดเจน จึงทำให้การอัลตราซาวด์นั้นมีความแม่นยำในการดูเพศลูกค่อนข้างสูง
  • ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร เพราะว่าการอัลตราซาวด์นั้นจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ผ่านทางหน้าท้อง หรือทางช่องคลอด ไม่ต้องทำการเจาะเก็บตัวอย่างเหมือนกับวิธีอื่นๆ จึงทำให้ก่อนที่คุณแม่จะไปตรวจนั้นสามารถกินอาหาร และดื่มน้ำได้อย่างปกติ

ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงอยากรู้เพศลูก?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนนั้นอยากจะรู้ถึงเพศลูกกัน เพราะเคยเห็นตามโซเชียลมีเดียนั้นมักจะมีการจัดปาร์ตี้ หรือจัดงานเลี้ยง เพื่อเฉลยเพศของทารกอยู่บ่อยๆ คำตอบ คือ คุณพ่อคุณแม่อยากรู้เพศของลูกน้อยก็เพื่อจะได้พูดคุย และได้เตรียมตัวในเรื่องต่างๆ ให้กับลูกได้ เช่น ข้าวของเครื่องใช้ ของเล่น วิธีการพูดคุย หรือการสื่อสารต่างๆ เป็นต้น หรืออาจจะเป็นอีกในกรณีหนึ่ง นั่นก็คือ คุณพ่อคุณแม่อดใจรอไม่ไหวว่าได้ลูกชาย หรือลูกชายตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ แต่ว่าก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนที่รอรู้เพศลูกในช่วงที่คลอดเลย เพราะอยากจะสร้างความตื่นเต้นให้กับตัวเอง และครอบครัว รวมถึงไม่อยากสร้างความกดดัน หรือไม่อยากให้ผลคลาดเคลื่อน เป็นต้น 

ทั้งนี้ การตรวจดูเพศลูกนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะตรวจดูเพศลูกหรือไม่ และไม่ว่าเจ้าตัวเล็กจะเป็นเด็กชาย หรือเด็กหญิง เพียงแค่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของคุณพ่อคุณแม่แล้ว 

📝 Editor’s Summary

  1. สิ่งที่ควรโฟกัส: นัดอัลตราซาวด์ช่วงสัปดาห์ที่ 20 เพื่อความชัวร์ หรือตรวจ NIPT ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 10 ถ้าอยากรู้ผลเร็ว
  2. สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: หากอัลตราซาวด์แล้วเห็นเพศไม่ชัด อย่าเพิ่งนอยด์ค่ะ ลูกอาจแค่ขี้อาย รอบหน้าค่อยว่ากันใหม่
  3. สัญญาณที่ควรพบแพทย์: หากมีการเจาะน้ำคร่ำแล้วพบอาการปวดท้องรุนแรง มีไข้ หรือมีน้ำใสๆ ไหลจากช่องคลอด ต้องหาหมอทันที

Q&A เคลียร์ชัด! ทุกข้อสงสัยเรื่องการรู้เพศลูก

แม่รวบรวมคำถามที่แม่ๆ ถามเข้ามาบ่อยที่สุด มาตอบให้แบบฟันธงที่นี่แล้วค่ะ

1. ไม่ตรวจเพศลูกเลยได้ไหม? จะมีผลเสียอะไรหรือเปล่า?

ฟันธง: “ได้แน่นอนค่ะ!” การรู้เพศไม่ใช่ข้อกำหนดทางการแพทย์ แต่คือความพึงพอใจของครอบครัว มีแม่ๆ หลายคนเลือกที่จะ “ลุ้น” ในห้องคลอด (Team Green) ซึ่งช่วยลดความกดดันและสร้างเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่ได้

สิ่งที่ต้องโฟกัส: แม้ไม่ตรวจเพศ แต่ “ต้องซาวด์ดูความสมบูรณ์” นะคะ การอัลตราซาวด์ไม่ได้มีไว้ดูแค่เพศ แต่เพื่อเช็กอวัยวะ หัวใจ และความแข็งแรงของลูกค่ะ

2. ท้อง 3 เดือน (ไตรมาสที่ 1) ดูเพศลูกได้หรือยัง?

คำตอบ: “ดูได้…แต่ไม่แนะนำให้เชื่อ 100% จากการซาวด์ค่ะ”

เหตุผล: ช่วง 12 สัปดาห์แรก อวัยวะเพศของลูกชายและลูกสาวจะหน้าตาเหมือนกันมาก (เรียกว่า Genital Tubercle) หากอยากรู้เร็วระดับ 99% ในไตรมาสแรก แม่แนะนำให้ตรวจ NIPT (เจาะเลือด) เท่านั้นค่ะ ถ้าอัลตราซาวด์เฉยๆ แนะนำให้รอไตรมาสที่ 2 (สัปดาห์ที่ 18-20) จะชัวร์กว่าเยอะ!

3. ชุดตรวจเพศลูกด้วยปัสสาวะที่ขายออนไลน์ เชื่อถือได้ไหม?

ฟันธง: “อย่าเสียเงินฟรีค่ะแม่!” * ความจริง: ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับว่าฮอร์โมนในปัสสาวะแม่บอกเพศลูกได้ ผลที่ได้จากชุดตรวจพวกนี้โอกาสถูกคือ 50/50 (ซึ่งก็เท่ากับการเดาสุ่มนั่นเอง) เก็บเงินพันกว่าบาทนี้ไปซื้อชุดเด็กหรือบำรุงครรภ์ดีกว่าค่ะ

4. ทรงท้องแหลม/ท้องกลม หรือความอยากอาหาร บอกเพศลูกได้จริงไหม?

ฟันธง: “เป็นแค่ความเชื่อ (Myth) ค่ะ” * ความจริง: ทรงท้องขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อหน้าท้องและท่าทางของลูก ส่วนอาการแพ้ท้องหรือความอยากอาหารขึ้นอยู่กับฮอร์โมนร่างกายแม่ ไม่เกี่ยวกับเพศลูกเลยค่ะ อย่าเพิ่งรีบซื้อของตามคำทักของเพื่อนบ้านนะคะ!

5. อัลตราซาวด์ดูเพศลูก ราคาเท่าไหร่?

สรุปคร่าวๆ: * รพ. รัฐบาล: เริ่มต้นประมาณ 800 – 1,500 บาท (ขึ้นอยู่กับว่าเป็นนอกเวลาหรือในเวลา)
รพ. เอกชน/คลินิก: เริ่มต้น 1,500 – 3,500 บาทขึ้นไป
Tip: หากคุณแม่ฝากครรภ์ที่คลินิกหรือรพ. นั้นอยู่แล้ว มักจะมีโปรโมชั่นรวมอยู่ในค่าแพ็กเกจฝากครรภ์ ลองเช็กสิทธิ์ดูก่อนนะคะ

คำแนะนำจาก Editor: เนื้อหาในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือข้อบ่งชี้ในการรักษา หากคุณแม่มีข้อสงสัย มีอาการผิดปกติ หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพครรภ์และเพศของทารก แนะนำให้นัดหมายและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดสำหรับเคสของคุณแม่เองค่ะ

ข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ (References)

บทความนี้รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแม่และเด็กชั้นนำระดับสากล เพื่อให้คุณแม่มั่นใจในความถูกต้องและทันสมัยที่สุด:

You may also like

ParentSmart ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้เราจดจำคุณได้ และนำเสนอเนื้อหาพัฒนาการลูกน้อยที่ตรงใจคุณแม่มากที่สุด หากคุณใช้งานเว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้เราดูแลคุณผ่านคุกกี้ตาม [นโยบายความเป็นส่วนตัว] ของเรานะคะ Accept Read More