หญิงสาวหลายๆ คนคงคุ้นเคยกับเลือดที่ไหลจากช่องคลอดทุกเดือน หรือที่เราเรียกกันว่า “ประจำเดือน” แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากประจำเดือนแล้ว เลือดที่ไหลจากช่องคลอดก็มีสาเหตุมาจากอย่างอื่นได้เช่นกัน
เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร? ชื่อนี้ฟังแล้วดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วอาการนี้คือสัญญาณดีสำหรับว่าที่คุณแม่และคุณพ่อที่รอคอยช่วงเวลาที่เจ้าตัวจิ๋วจะมาร่วมครอบครัวด้วยกัน แล้วเลือดล้างหน้าเด็กเกี่ยวกับเลือดไหลจากช่องคลอดอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบให้แล้ว
Table of Contents
Key Takeaways (สรุปประเด็นสำคัญ)
- เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding) คือเลือดที่เกิดจากการที่ตัวอ่อนฝังตัวลงบนผนังมดลูก ทำให้เส้นเลือดฝอยแตก มักเกิดขึ้นช่วง 7-10 วันหลังการปฏิสนธิ (หรือประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนประจำเดือนควรจะมา)
- จุดสังเกตสำคัญ: ปริมาณต้อง “น้อย” (เป็นจุดหรือกระปริดกระปรอย) สีมักเป็นชมพูหรือน้ำตาล และระยะเวลาสั้นเพียง 1-3 วันเท่านั้น หากเลือดออกมาก มีลิ่มเลือด หรือปวดท้องรุนแรง ให้สงสัยว่าไม่ใช่เลือดล้างหน้าเด็ก
- ตรวจครรภ์ทันทีอาจไม่เจอ: แม้จะมีเลือดล้างหน้าเด็กออกมาแล้ว แต่ระดับฮอร์โมน hCG อาจยังไม่สูงพอ แนะนำให้รอประมาณ 1 สัปดาห์หลังเลือดหยุด หรือรอจนถึงวันที่ประจำเดือนควรจะมาแล้วจึงตรวจเพื่อให้ผลแม่นยำที่สุด
- ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องมี: มีผู้หญิงเพียงประมาณ 1 ใน 3 (30%) เท่านั้นที่มีเลือดล้างหน้าเด็ก ดังนั้นหากไม่มีอาการนี้ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ตั้งครรภ์
เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เลือดล้างหน้าเด็ก คือ ชื่อเรียกภาวะเมื่อมีเลือดตกจากช่องคลอด ซึ่งลักษณะเลือดจะเป็นสีชมพูใสหรืออาจจะเป็นสีน้ำตาลเข้มเป็นจำนวนน้อยหรือน้อยมากเมื่อเทียบกับประจำเดือน และอาการนี้จะเกิดขึ้นเพียง 1-3 วัน บางครั้งอาจมีอาการเวียนหัวหรือปวดท้องร่วม หรือบางครั้งอาจสับสนกับประจำเดือนมากระปริบกระปรอย แทบไม่รู้ตัวเลยว่าได้เกิดเลือดล้างหน้าเด็กขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเลือดล้างหน้าเด็กจะเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ แต่อาการนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ตั้งครรภ์ทุกคน ผู้ที่ตั้งครรภ์โดยไม่มีช่วงที่เลือดล้างหน้าเด็กไหลก็มีเช่นกัน
แล้วเลือดล้างหน้าเด็กเกิดขึ้นได้อย่างไร? เจ้าภาวะนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เซลล์ไข่กับอสุจิผสมพันธุ์กันจากเพศสัมพันธ์ ซึ่งไข่ที่ผสมพันธุ์กับอสุจิแล้วจะกลายเป็นตัวอ่อน เรียกว่า เอ็มบริโอ (Embryo) และตัวเอ็มบริโอจะเดินทางจากท่อนำไข่ไปยังมดลูก โดยระหว่างเดินทางนั้นตัวเอ็มบริโอก็จะมีพัฒนาการเข้าสู่ระยะหนึ่งที่เรียกว่า บลาสโตซิสท์ (Blastocyst)
เมื่อเดินทางถึงมดลูกแล้ว ตัวอ่อนในระยะนี้ก็จะหาที่ฝังตัวตามผนังมดลูกเพื่อเติบโตต่อไป โดยขั้นตอนช่วงที่ฝังตัวในผนังมดลูกนั้น เรียกว่า ระยะฝังตัว (Implantation) เป็นเหตุให้เส้นเลือดของผนังมดลูกบริเวณนั้นแตกบางส่วน กลายเป็นเลือดที่ไหลออกมาทางช่องคลอดปริมาณเล็กน้อย นำมาสู่เลือดล้างหน้าเด็ก หรือที่นิยามอย่างตรงตัวในศัพท์ทางการแพทย์ภาษาอังกฤษว่า Impantation Bleeding นั่นเอง

ระยะเวลาที่เกิดเลือดล้างหน้าเด็ก
โดยปกติแล้วเลือดล้างหน้าเด็กจะเกิดช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกับช่วงที่เกิดประจำเดือน ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนครบรอบเดือน ดังนั้นใครที่รอบเดือนมาเป็นปกติ สม่ำเสมอ อาจจะจับสังเกตได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้หลายๆ คนสับสนว่าเลือดล้างหน้าคือประจำเดือนที่มาก่อนเวลาเท่านั้น
แล้วเลือดล้างหน้าเด็กมาหลังมีเพศสัมพันธ์กี่วัน? หากเทียบกับการนับรอบเดือนแล้วนั้น รอบเดือนจะมาในทุกๆ 28 วัน ซึ่งช่วงเวลาที่มดลูกมีการตกไข่นั้น จะอยู่ในช่วงวันที่ 14 นับจากวันแรกที่มีประจำเดือน ซึ่งหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันที่ 14 ของรอบเดือนที่มีการตกไข่พอดีนั้น ไข่และอสุจิจะใช้เวลาผสมพันธุ์และเดินทางเพื่อฝังตัวในผนังมดลูก 7-8 วันโดยประมาณ ทำให้ช่วงเวลาที่มีการฝังตัวอ่อนที่ผนังมดลูกจนเกิดเลือดล้างหน้าเด็กนั้น จะอยู่ในช่วงวันที่ 21-22 ของรอบเดือน หรือ 1 อาทิตย์ก่อนรอบประจำเดือนรอบถัดไป (วันที่ 28) นั่นเอง
วิธีรับมือเลือดล้างหน้าเด็ก
โดยปกติแล้ว เลือดล้างหน้าเด็กเป็นเพียงกลไกธรรมชาติของร่างกายเมื่อตัวอ่อนเกิดการฝังในโพรงมดลูกก่อนที่จะพัฒนาระยะไปเรื่อยๆ กลายเป็นทารกในครรภ์ในที่สุด ซึ่งเลือดล้างหน้าเด็กจะเกิดขึ้นประมาณ 1 หรือสูงสุด 3 วัน หลังจากนั้นจะหายไปเอง จึงไม่จำเป็นต้องหาวิธีรักษาหรือวิธีแก้ไขแต่อย่างใด
แต่เนื่องจากเลือดล้างหน้าเด็กคือสัญญาณการตั้งครรภ์ ดังนั้นวิธีรับมือจึงจะเน้นไปในทางดูแลร่างกายเพื่อไม่ให้ได้รับกระทบกระเทือน ดังนี้
- พักผ่อน หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผาดโผน รวมถึงการยกของหนัก
- ใส่แผ่นอนามัยเพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นในเปรอะเปื้อน
- สังเกตระยะหลังจากนั้นว่ามีรอบเดือนหรือไม่ หากแนวโน้มเป็นไปในทางตั้งครรภ์ ให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอย่างละเอียดต่อไป
ลักษณะอาการที่บ่งบอกถึงเลือดล้างหน้าเด็ก
พูดถึงเลือดล้างหน้าเด็กมาเยอะแล้ว มาดูกันว่าเลือดดังกล่าวนี้มีลักษณะอย่างไรบ้าง ไม่ว่าเลือดล้างหน้าจะมีสีอะไรหรือเลือดล้างหน้ามีอาการอย่างไร หัวข้อนี้มีคำตอบให้แล้ว
- เลือดมีสีแดงใส สีออกชมพู สีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลเข้ม
- ปริมาณน้อยถึงน้อยมากจนแทบไม่ได้สังเกต ไหลกระปริบกระปรอยเหมือนหยดเลือด
- เลือดประมาณ 1-2 วัน หรือ 3 วันเป็นอย่างมาก
- เวียนศีรษะเล็กน้อย มักเกิดในตอนเช้า
- ปวดท้องเกร็ง แต่ปวดไม่รุนแรงเท่าปวดประจำเดือน
- หน้าอกบวมหรือไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษ
- ปวดเกร็งบริเวณมดลูกเล็กน้อยจนถึงไม่ปวดเลย

เลือดล้างหน้าเด็กกับประจำเดือนต่างกันอย่างไร
บทความนี้ได้พูดถึงเลือดล้างหน้าเด็กควบคู่กับเลือดประจำเดือนมาเยอะแล้ว ดูจากลักษณะและอาการที่เกิดก็ค่อนข้างจะใกล้เคียงกันมาก เรียกได้ว่าถ้าไม่จับสังเกตอาการอื่นร่วมก็อาจทำให้สับสนได้ทีเดียวว่าสรุปแล้วเรามีเลือดประจำเดือนหรือเลือดล้างหน้าเด็กกันแน่?
ตารางเปรียบเทียบ: เลือดล้างหน้าเด็ก vs ประจำเดือน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding) | เลือดประจำเดือน (Period) |
| สีของเลือด | ชมพูใส หรือน้ำตาลเข้ม (สีจางกว่าปกติ) | แดงสด (และอาจเป็นสีคล้ำในช่วงท้าย) |
| ปริมาณ | น้อยมาก ไหลกะปริดกะปรอยเป็นหยดเล็กๆ | มาก ไหลจนเต็มผ้าอนามัย |
| ระยะเวลา | สั้นเพียง 1-2 วัน (ไม่เกิน 3 วัน) | นาน 4-7 วัน |
| ลักษณะเลือด | เป็นเลือดเหลวปกติ ไม่มีลิ่มเลือด | มักมีลิ่มเลือด ปนออกมาด้วย |
| อาการปวดท้อง | ปวดหน่วงเล็กน้อย หรือไม่ปวดเลย | ปวดเกร็งรุนแรงกว่า และมักปวดต่อเนื่อง |
| ช่วงเวลาที่เกิด | 1 สัปดาห์ก่อนรอบประจำเดือนปกติจะมา | มาตามรอบเดือนปกติ (ทุก 28-30 วัน) |
หัวข้อนี้จะเปรียบเทียบเลือดทั้งสองแบบนี้ให้เห็นภาพชัดกันไปเลยว่า เลือดล้างหน้าเด็กและเลือดประจำเดือนมีลักษณะและอาการเกิดต่างกันอย่างไร
- สีของเลือด
- เลือดล้างหน้าเด็ก โดยปกติแล้วสีของเลือดล้างหน้าจะเป็นสีชมพูใส ถ้าหากเลือดตกค้างที่บริเวณมดลูกเป็นเวลานานก็อาจเป็นสีน้ำตาลได้
- เลือดประจำเดือน ในขณะที่สีเลือดของประจำเดือนจะเป็นสีแดงสดในช่วงวันแรกๆ ที่ครบรอบเดือน และจะมีสีน้ำตาลบ้างเมื่อรอบเดือนใกล้หมด
- ปริมาณการไหล
- เลือดล้างหน้าเด็ก จะไหลน้อยมาก มีปริมาณเล็กน้อย กระปริบกระปรอยเป็นจุดเล็กๆ
- เลือดประจำเดือน ไหลในปริมาณมาก หากใส่ผ้าอนามัย ในช่วงวันแรกที่มีรอบเดือนอาจมีปริมาณเต็มผ้าอนามัยได้เลย
- ลักษณะของเลือด
- เลือดล้างหน้าเด็ก เป็นลักษณะของเลือดธรรมดา ไม่เป็นลิ่มเลือด
- เลือดประจำเดือน มีลักษณะเป็นลิ่มเลือดร่วมด้วย
- ช่วงเวลาที่เกิด นับจากระยะเวลาที่มดลูกตกไข่ ซึ่งคือวันที่ 14 นับตั้งแต่วันแรกที่มีรอบเดือน จนครบ 28 วัน จึงจะถึงวันที่คาดว่าจะมีรอบเดือนของเดือนถัดไป
- เลือดล้างหน้าเด็ก 7-8 วัน นับจากวันที่มดลูกตกไข่ (1 อาทิตย์ก่อนครบรอบเดือน)
- เลือดประจำเดือน 14 วัน นับจากวันที่มดลูกตกไข่ (ครบรอบเดือนพอดี)
- ระยะเวลาที่เกิด
- เลือดล้างหน้าเด็ก เกิดขึ้นเพียง 1-2 วัน สูงสุดอยู่ที่ 3 วัน
- เลือดประจำเดือน เกิดขึ้น 4-7 วัน

อีกหนทางที่จะช่วยให้แยกระหว่างเลือดล้างหน้าเด็กและเลือดประจำเดือนออก คือการหมั่นสังเกตพฤติกรรมของตนเอง หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันในช่วงไข่ตก ก็มีแนวโน้มสูงที่จะตั้งครรภ์และอาจมีสัญญาณตั้งครรภ์เป็นเลือดล้างหน้าเด็กนอกจากนี้ สามารถสังเกตอาการหลังช่วงที่คาดว่าได้เกิดเลือดล้างหน้าเด็กไปแล้วได้ ว่าถ้าหากประจำเดือนไม่มาตามรอบปกติ ก็ควรเริ่มตรวจครรภ์หรือพบแพทย์เพื่อยืนยันข้อมูลที่ชัดเจน
ช่วงเวลาที่ควรตรวจครรภ์หลังเกิดเลือดล้างหน้าเด็ก
การตรวจครรภ์ด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่งในวิธีที่ช่วยยืนยันได้ว่าเลือดจุดเล็กๆ ที่ไหลนั้น คือ เลือดล้างหน้าเด็กไม่ใช่ประจำเดือนที่มาแบบกระปริบกระปรอย
โดยทั่วไปแล้ว ที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองจะตรวจหาฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) จากปัสสาวะเพื่อยืนยันว่าเราตั้งครรภ์หรือไม่ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจครรภ์นั้น จะอยู่ที่ 2-3 สัปดาห์นับจากครั้งล่าสุดที่มีเพศสัมพันธ์ หรือ 1-2 สัปดาห์ นับจากวันที่คาดว่าเกิดเลือดล้างหน้าเด็ก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตรวจครรภ์ในช่วงที่มีเลือดล้างหน้าเด็ก หรือเลือดล้างหน้าเพิ่งหมดไม่นาน เพราะในช่วงนั้นร่างกายจะยังผลิตฮอร์โมน hCG ได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ค่าตรวจผิดพลาดได้
จำเป็นต้องพบแพทย์เวลาเจอเลือดล้างหน้าเด็กไหม
ขณะที่เกิดเลือดล้างหน้าเด็กนั้น ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์เพราะถือว่าเป็นกลไกปกติของร่างกาย เลือดล้างหน้าจะไหลซักประมาณ 1-3 วันและหายไปเอง หากต้องการที่จะพบแพทย์ ควรพบในช่วงหลังเกิดเลือดล้างหน้าเด็ก เพื่อตรวจยืนยันให้ชัดเจนว่าตนเองได้ตั้งครรภ์หรือไม่
อย่างไรก็ตาม อาการเลือดไหลที่เหมือนจะเป็นเลือดล้างหน้าเด็กแต่ไม่ใช่นั้น ก็เป็นสาเหตุให้พบแพทย์ได้เช่นกัน ซึ่งอาการที่ว่ามีดังนี้
- ปวดท้องน้อยผิดปกติจากการปวดประจำเดือน
- เลือดออกเป็นจำนวนมาก หรือมีลิ่มเลือดไหลทุกๆ 30 นาที
- มีอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว
หากเกิดอาการเหล่านี้ในช่วงหลังมีเพศสัมพันธ์ ระยะเวลาใกล้รอบเดือน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการอย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพและร่างกายของตนเอง
สัญญาณที่บอกว่านี่อาจไม่ใช่เลือดล้างหน้าเด็ก แต่เป็นอันตรายอื่นๆ
นอกจากเลือดล้างหน้าเด็กและประจำเดือนแล้ว เลือดที่ไหลออกจากช่องคลอด อาจเป็นสัญญาณอันตรายจากโรคภัยอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้ มาดูว่าเลือดที่ออกจากช่องคลอดนั้นมีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง
- การตั้งครรภ์นอกมดลูก เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติรูปแบบหนึ่ง โดยตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่นอกมดลูก ส่วนมากจะอยู่ที่บริเวณท่อนำไข่ หากเกิดกรณีนี้ขึ้นต้องยุติการตั้งครรภ์เท่านั้น ซึ่งการตั้งครรภ์นอกมดลูกมีอาการดังนี้
- ขาดประจำเดือน 1-2 เดือน
- มีเลือดออกจากช่องคลอดปริมาณเล็กน้อย
- ปวดท้องน้อยร้าวไปถึงทวารหนัก
- คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ
- มีภาวะช็อก
- การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์ กล่าวคือตัวอ่อนไม่พัฒนาไปเป็นทารก มีเพียงแค่รกและถุงน้ำ กลายเป็นเนื้องอกชนิดที่ไม่รุนแรงในมดลูกแทน แต่ก็นับว่าเป็นอันตรายได้ เพราะถือว่าเนื้องอกเหล่านี้เป็นภาวะก่อนการเป็นมะเร็งไข่ปลาอุกหรือมะเร็งเนื้อรกนั่นเอง ซึ่งการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกนั้น มีอาการดังนี้
- เลือดออกจากช่องคลอดในช่วงเริ่มตั้งครรภ์ โดยเลือดจะเป็นสีแดงหรือน้ำตาล บางครั้งมีลิ่มเลือดคล้ายพวงองุ่นหลุดออกมาด้วย
- มีอาการของไทรอยด์เป็นพิษ ได้แก่ หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกหรือเหนื่อยมากผิดปกติ
- มดลูกขยายใหญ่ผิดปกติไปจากอายุครรภ์ที่ควรจะเป็น
- ปวดท้องฉับพลัน
- การแท้งลูก โดยปกติแล้ว ในช่วง 13 สัปดาห์แรกจะเป็นช่วงที่เสี่ยงแท้งลูกที่สุด จึงเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเกิดเลือดล้างหน้าเด็กได้ ซึ่งอาการของการแท้งลูกนั้น มีดังนี้
- มีเลือดและมูกเลือดสีขาวปนชมพูไหลออกทางช่องคลอด อาจเริ่มต้นจากไหลปริมาณน้อยและค่อยมากขึ้นเรื่อยๆ
- มีเนื้อเยื่อหลุดทางช่องคลอด
- ปวดเกร็งท้องช่วงล่างและเกิดตะคริวอย่างรุนแรง
- อาการแพ้ท้องหรืออาการที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์หายไป เช่น คลื่นไส้ คัดเต้านม เวียนหัว
- เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดอื่นๆ อาจเกิดได้กับคนที่วัยยังไม่มีประจำเดือน วัยหมดประจำเดือน หรือเกิดขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเลือดออกผิดปกตินี้ อาจมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนไม่สมดุล การติดเชื้อในช่องคลอด เนื้องอกในมดลูก ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรืออาจเกิดจากมะเร็งได้เลยทีเดียว ซึ่งลักษณะอาการของเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดนั้น มีดังนี้
- เลือดออกคล้ายประจำเดือน แต่ปริมาณมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 2 ชั่วโมง นาน 1 สัปดาห์
- ปวดท้องบริเวณอุ้งเชิงกรานแบบฉับพลัน
- มีไข้ วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลือดล้างหน้าเด็ก
อ่านถึงหัวข้อนี้ คงจะเข้าใจที่มาที่ไปของเลือดล้างหน้าเด็ก สาเหตุ การรับมือ และอาการใกล้เคียงร่วมกับเลือดออกทางช่องคลอดอื่นๆ แล้ว คราวนี้มาดูคำถามที่พบบ่อยกันว่านอกจากข้อมูลที่มีแล้ว ยังมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง
เลือดล้างหน้าเด็กไหลพร้อมตกขาวจะเป็นอะไรไหม
ตกขาวเป็นการขับสารคัดหลั่งจากร่างกายเพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือช่วยในการหล่อลื่น ถือว่าเป็นกลไกปกติของร่างกาย ดังนั้นหากมีเลือดล้างหน้าเด็กร่วมกับตกขาว ก็ถือว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เว้นเสียแต่ว่ามีตกขาวมากผิดปกติ กรณีนี้ควรพบแพทย์
ก่อนตั้งครรภ์จะเกิดเลือดล้างหน้าเด็กตลอดหรือไม่
เลือดล้างหน้าเด็กไม่ได้เกิดกับผู้ที่ตั้งครรภ์ทุกคนเสมอไป โดยปกติมักจะเกิดกับผู้ที่ตั้งครรภ์ครั้งแรก และในหมู่ผู้ที่ตั้งครรภ์แรกนั้น มีโอกาสเกิดเลือดล้างหน้าเด็กเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น
เลือดล้างหน้ามีกลิ่นไหม
กลิ่นของเลือดล้างหน้าเด็กจะเป็นเพียงกลิ่นเลือดธรรมดา หากมีกลิ่นเหม็นอื่นๆ ผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
เลือดล้างหน้าปวดท้องไหม
ขณะเกิดเลือดล้างหน้าเด็ก จะมีอาการปวดท้องหน่วงหรือปวดท้องเกร็งคล้ายปวดประจำเดือน แต่จะไม่เจ็บหรือรุนแรงเท่าตอนปวดประจำเดือน
เลือดล้างหน้า มาตอนไหน
เลือดล้างหน้าเด็กจะมาช่วงวันที่ 7-8 นับจากวันที่มดลูกตกไข่ หรือถ้าหากมีการบันทึกรอบเดือนของตัวเองไว้ และประจำเดือนสม่ำเสมอ เลือดล้างหน้าจะมาช่วง 1 อาทิตย์ก่อนครบรอบเดือน
เลือดล้างหน้า มาเยอะสุดกี่วัน
ปกติแล้วเลือดล้างหน้าจะมาเพียง 1-2 วัน หรือมากสุดคือ 3 วัน
เลือดล้างหน้า ตรวจครรภ์เจอไหม
ในช่วงที่เลือดล้างหน้าไหลนั้น ร่างกายจะยังผลิตฮอร์โมน hCG ไม่เข้มข้นพอ ทำให้เมื่อตรวจครรภ์ในเวลานั้นทำให้ได้ผลลบแบบเทียม หากต้องการตรวจครรภ์แนะนำให้ตรวจ 1 สัปดาห์หลังเกิดเลือดล้างหน้า หรือตรวจครรภ์กับแพทย์เพื่อความแม่นยำ
ข้อมูลอ้างอิง (References)
1. คลีฟแลนด์คลินิก (Cleveland Clinic)
- หัวข้อ: เลือดล้างหน้าเด็ก: อาการ สาเหตุ และระยะเวลา (Implantation Bleeding: Symptoms, Causes & Duration)
- ข้อมูลสำคัญ: คำอธิบายทางการแพทย์เกี่ยวกับกลไกการฝังตัวของตัวอ่อน และการแยกแยะอาการปวดท้องหน่วงๆ ที่ต่างจากประจำเดือน
- ลิงก์อ้างอิง: Cleveland Clinic – Implantation Bleeding
2. สมาคมการตั้งครรภ์อเมริกัน (American Pregnancy Association)
- หัวข้อ: เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร? (What is Implantation Bleeding?)
- ข้อมูลสำคัญ: รายละเอียดเรื่อง “ช่วงเวลา” ที่มักจะเกิดขึ้น (ประมาณ 6-12 วันหลังปฏิสนธิ) และลักษณะสีของเลือดที่พบบ่อย
- ลิงก์อ้างอิง: American Pregnancy Association – What is Implantation Bleeding?
3. เมดิคัล นิวส์ ทูเดย์ (Medical News Today)
- หัวข้อ: เลือดล้างหน้าเด็กและการตรวจครรภ์ (Implantation bleeding and pregnancy tests)
- ข้อมูลสำคัญ: ข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเลือดล้างหน้ากับฮอร์โมน hCG และคำแนะนำว่าควรตรวจครรภ์เมื่อใดเพื่อให้ได้ผลบวกที่แม่นยำ
- ลิงก์อ้างอิง: Medical News Today – Implantation bleeding FAQs
4. เบบี้เซ็นเตอร์ (BabyCenter)
- หัวข้อ: คู่มือเรื่องเลือดล้างหน้าเด็กสำหรับคุณแม่ (Implantation bleeding: Is it a sign of pregnancy?)
- ข้อมูลสำคัญ: การเปรียบเทียบเชิงลึกระหว่างประจำเดือนและเลือดล้างหน้าเด็ก รวมถึงภาพรวมอาการเริ่มต้นของการตั้งครรภ์อื่นๆ
- ลิงก์อ้างอิง: BabyCenter – Implantation Bleeding
5. เคลียร์บลู (Clearblue)
- หัวข้อ: เลือดล้างหน้าเด็ก สัญญาณแรกเริ่มของการตั้งครรภ์ (Implantation bleeding as an early sign of pregnancy)
- ข้อมูลสำคัญ: คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้ชุดตรวจครรภ์หลังพบเลือดล้างหน้าเด็ก และการสังเกตปริมาณเลือดที่ไหลเพียงเล็กน้อย
- ลิงก์อ้างอิง: Clearblue – Implantation Bleeding