Home เตรียมตัวมีลูก & เริ่มตั้งครรภ์ไข่ตกคืออะไร? พร้อมวิธีนับวันไข่ตกให้ท้อง นับถูกลุ้นมีลูกได้ง่ายขึ้น!

ไข่ตกคืออะไร? พร้อมวิธีนับวันไข่ตกให้ท้อง นับถูกลุ้นมีลูกได้ง่ายขึ้น!

0 comments
วิธีนับวันไข่ตก

คู่ไหนที่อยากมีลูกและกำลังวางแผนจะมีน้องกันอยู่คงเคยได้ยินเรื่องการคำนวณวันไข่ตกเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์กันมาบ้าง แต่อาจยังไม่แน่ใจว่าไข่ตกคืออะไรกันแน่ หรือไม่มั่นใจว่านับอย่างไรให้แม่นยำ บทความนี้จะพาไปรู้จักความหมาย วิธีนับวันไข่ตกให้ท้องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะรอบเดือนปกติ หรือรอบเดือนไม่คงที่ก็ทำตามได้ ปิดท้ายด้วยการตอบคำถามที่น่าสนใจอื่นๆ หยิบปฏิทินมาให้พร้อม แล้วไปดูกันได้เลย


Table of Contents

Key Takeaways (สรุปประเด็นสำคัญ)

  • วินโดว์แห่งโอกาส (Fertile Window): การตั้งครรภ์ไม่ได้เกิดขึ้นได้เฉพาะวันไข่ตกเท่านั้น แต่อสุจิสามารถมีชีวิตรอไข่ได้ 2-5 วัน ดังนั้นช่วงเวลา “5 วันก่อนไข่ตกจนถึง 1 วันหลังไข่ตก” จึงเป็นช่วงที่มีโอกาสสูงสุด
  • สูตรการนับวันไข่ตก: สำหรับคนรอบเดือนปกติ ให้ใช้ [รอบเดือน – 14] เช่น รอบ 28 วัน ไข่จะตกวันที่ 14 ของรอบเดือน (นับวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่ 1) ส่วนคนรอบเดือนไม่ปกติควรใช้วิธีวัดอุณหภูมิร่างกายหรือชุดตรวจ LH ร่วมด้วย
  • สังเกต “มูกไข่ขาว”: สัญญาณธรรมชาติที่แม่นยำที่สุดอย่างหนึ่งคือ มูกที่ปากมดลูกจะเหนียว ยืดได้ และใสคล้ายไข่ขาวดิบ ซึ่งช่วยให้อสุจิว่ายไปหาไข่ได้ง่ายขึ้น
  • ปัจจัย “ไข่ไม่ตก”: ความเครียด โภชนาการ และการออกกำลังกายที่หนักเกินไป ส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนและอาจทำให้ไข่ไม่ตกในรอบนั้นๆ การปรับไลฟ์สไตล์จึงสำคัญเท่ากับการนับวัน
ไข่ตก และวันไข่ตก คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการตั้งครรภ์

ไข่ตก และวันไข่ตก คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการตั้งครรภ์

ไข่ตกคืออะไร? “การตกไข่” หรือ “ไข่ตก” หรือ “วันไข่ตก” (Ovulation Day) คือกระบวนการที่รังไข่ปล่อยไข่ที่โตเต็มที่จำนวน 1-2 ใบออกมาให้เดินทางไปสู่ท่อนำไข่ และอยู่ในท่อนั้นเป็นเวลา 12 – 24 ชั่วโมงเพื่อรอการปฏิสนธิ ซึ่งหากไข่ได้พบกับอสุจิในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะปฏิสนธิ และย้ายไปฝังตัวในโพรงมดลูก แต่หากไม่พบ ไข่ก็จะสลายตัวไป ส่วนเยื่อบุมดลูกที่ไม่ได้มีตัวอ่อนมาฝังตัว ก็จะสลายกลายเป็นเลือดประจำเดือนนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วไข่ตกจะเกิดขึ้นประมาณ 13 – 15 วันก่อนมีประจำเดือน แต่ก็อาจมีบางเดือนที่ไม่มีไข่ตกเลยเช่นกัน 

ช่วงเวลาของการตกไข่ หรือ ไข่ตกนี้ ถือเป็นช่วงที่สำคัญกับการตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงระยะก่อนไข่ตก หรือช่วงที่ไข่ตกพอดี ก็จะเพิ่มโอกาสในการมีน้องได้มากขึ้น 

ช่วงเวลา (นับจากวันไข่ตก)โอกาสในการตั้งครรภ์คำแนะนำเชิงกลยุทธ์
5-3 วันก่อนไข่ตกประมาณ 10-15%อสุจิเริ่มเข้าไป “รอ” ในมดลูกได้แล้ว
2 วันก่อนไข่ตกสูงถึง 30-33%ช่วงที่ดีที่สุด! อสุจิจะมีความพร้อมสูงสุดเมื่อไข่ตกลงมาพอดี
1 วันก่อนไข่ตกประมาณ 30%โอกาสยังสูงมาก ควรจัดสรรเวลาให้เหมาะสม
วันที่ไข่ตก (Ovulation Day)ประมาณ 25-30%ยังมีโอกาสสูง แต่ไข่จะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 24 ชม.
1 วันหลังไข่ตกน้อยกว่า 5-10%โอกาสลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไข่เริ่มสลายตัว

ไข่สุกคืออะไร?

นอกจากเรื่องไข่ตกแล้ว หลายๆ คนคงเคยได้ยินเรื่องไข่สุกคู่มาด้วย

ไข่สุก (Fertile Window) คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 5 วันก่อนไข่ตก รวมถึงวันที่ไข่ตก และหนึ่งวันหลังจากไข่ตก รวมแล้วไข่สุกจึงมีระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 7 วัน 

หลายๆ คนสนใจช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้คุณแม่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้นไปด้วย โดยวันแรกของไข่สุกจะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้นประมาณ 10% และเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอไปจนกระทั่งวันไข่ตก ส่วนสาเหตุที่คุณแม่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ช่วงใกล้วันที่ไข่ตกจะมาถึง ก็เพราะอสุจิสามารถอยู่ในร่างกายได้นานกว่าไข่นั่นเอง โดยอาจอยู่ได้ตั้งแต่ 2 – 5 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับร่างกายและความแข็งแรงของแต่ละคน

5 วิธีนับวันไข่ตกให้ท้องง่ายขึ้น

เมื่อรู้แล้วว่าไข่ตกคืออะไร หลายคนก็คงจะเห็นด้วยใช่ไหมว่ายิ่งเรารู้วันไข่ตกแม่นเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ดีมากเท่านั้น หัวข้อนี้เลยนำวิธีนับวันไข่ตกให้ท้องมาฝากด้วยกันหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นคนประจำเดือนมาคงที่หรือมาไม่คงที่ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ไปดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง

นับจากรอบเดือนโดยใช้ปฏิทิน

1. นับจากรอบเดือนโดยใช้ปฏิทิน

วิธีนับวันไข่ตกให้ท้องวิธีแรกเป็นวิธียอดนิยม คือการนับจากรอบของการมีประจำเดือนคู่กับวันที่ในปฏิทิน โดยผู้ที่ประจำเดือนมาคงที่และผู้ที่ประจำเดือนมาไม่คงจะมีการคำนวณต่างกัน

สำหรับผู้ที่ประจำเดือนมาคงที่

  • นับรอบประจำเดือน: เริ่มจากจดรอบประจำเดือนเป็นเวลา 8 – 12 เดือน หนึ่งรอบประจำเดือนคือตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนครั้งหนึ่งจนถึงวันแรกของประจำเดือนครั้งถัดไป เช่น เดือนมกราคมประจำเดือนมาวันที่ 6 จากนั้นเดือนกุมภาพันธ์ประจำเดือนมาวันที่ 4 เท่ากับรอบประจำเดือนคือ 28 วัน นับจาก 6 มกราคมจนถึง 4 กุมภาพันธ์นั่นเอง ผู้ที่ประจำเดือนมาปกติส่วนใหญ่มักมีรอบเดือนอยู่ที่ 28 วัน แต่อาจสั้นถึง 24 วันหรือยาวถึง 38 วันได้เช่นกัน
  • หาวันไข่ตก: เมื่อรู้รอบเดือนของตนเองแล้ว ให้นำจำนวนวันของรอบเดือนลบด้วย 14 เช่น รอบเดือน 28 วัน วันไข่จะตกจะอยู่ที่วันที่ 14 ของรอบเดือน หากรอบเดือน 30 วันก็จะอยู่ที่วันที่ 16  และรอบเดือน 32 วันจะอยู่ที่วันที่ 18 
  • นับวันที่จากฏิทิน: ยึดวันถัดไปจากวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือนวันแรกเป็นวันที่หนึ่ง จากนั้นนับต่อไปตามจำนวนวันที่หาได้ในวันไข่ตก เช่นถ้ารอบเดือน 28 วัน ก็นับไปอีก 14 วันจะเป็นวันไข่ตก หากรอบเดือน 30 วันก็นับไป 16 วันนั่นเอง

สำหรับผู้ที่ประจำเดือนมาไม่คงที่ ไม่สม่ำเสมอ เช่น นับรอบเดือนแล้วออกมาเป็น 24 บ้าง 34 บ้าง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลากหลายตัวเลข แนะนำให้ใช้วิธีการนับดังนี้

  • นำรอบประจำเดือนที่สั้นที่สุด ลบด้วย 18  เช่น รอบเดือน 24 วัน ตัวเลขที่ได้คือ 24-18 = 6 วัน
  • นำรอบประจำเดือนที่ยาวที่สุด ลบด้วย 11 เช่น รอบเดือน 28 วัน ตัวเลขที่ได้คือ 28-11 = 17 วัน
  • ตัวเลขที่ได้ทั้งสองตัวจะถือเป็นระยะเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์ จากตัวอย่างด้านบน ช่วง 6-17 วันหลังมีประจำเดือนเป็นช่วงที่มีโอกาสตั้งครรภ์นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอนั้น แนะนำให้ใช้วิธีนับวันไข่ตกให้ท้องวิธีอื่นแทน เช่น การจดบันทึกอุณหภูมิร่างกาย หรือการใช้ชุดทดสอบ นอกจากนั้น หากสังเกตเห็นว่าประจำเดือนมาไม่ปกติ รอบสั้น หรือยาวเกินควร โดยเฉพาะรอบที่ยาวเกิน 45 วัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ร่วมด้วยเพราะอาจเสี่ยงภาวะมีบุตรยาก หรืออาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้

2 ใช้แอปพลิเคชันช่วยนับ

ใครที่ไม่อยากวุ่นวายกับตัวเลขให้ปวดหัวก็สามารถเลือกใช้แอปพลิเคชันเป็นอีกวิธีนับวันไข่ตกให้ท้องได้ ปัจจุบันมีแอปช่วยจดบันทึกรอบเดือน และวันไข่ตกให้เลือกหลากหลายแบบ ตัวที่ขอแนะนำ เช่น

  • Flo My Health & Period Tracker – แอปที่ออกแบบมาสำหรับคุณแม่ที่อยากตั้งครรภ์ ใช้ได้ตั้งแต่เริ่มนับรอบเดือน บันทึกวันไข่ตก และวางแผนการตั้งครรภ์
  • Ovia Fertility & Cycle Tracker – แอปวางแผนการตั้งครรภ์ที่มีฟีเจอร์การจดบันทึกรอบเดือนและโอกาสที่ไข่จะตกอย่างละเอียดยิบ
ใช้วิธีจดบันทึกอุณหภูมิร่างกาย

3. ใช้วิธีจดบันทึกอุณหภูมิร่างกาย

ระหว่างไข่ตก อุณหภูมิร่างกายมักจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยทั่วไปประมาณ 0.5 ถึง 1 องศา แนะนำให้วัดอุณหภูมิในตอนเช้าก่อนลุกจากเตียงและก่อนทานอาหาร บันทึกผลลัพธ์ไว้หลายๆ เดือนและจดบันทึกว่าช่วงไหนที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ช่วงนั้นอาจเป็นช่วงไข่ตก

อย่างไรก็ตาม บางคนอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร่างกายที่เห็นชัดมากนัก จึงอาจใช้วิธีนับวันไข่ตกให้ท้องวิธีนี้ได้ไม่แม่นยำ

4. ใช้ชุดทดสอบวันไข่ตกจากปัสสาวะ

ชุดทดสอบไข่ตกจากปัสสาวะ เป็นวิธีนับวันไข่ตกให้ท้องที่ให้ผลชัดเจนที่สุดวิธีหนึ่ง หลักการของชุดทดสอบตัวนี้คือการวัดระดับฮอร์โมนลูทิไนซิง (Luteinizing hormone หรือ LH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกลายจะหลั่งออกมาเมื่อต้องกระตุ้นให้ไข่หล่นจากรังไข่ หากมีฮอร์โมนนี้ในระดับที่ชุดทดสอบสามารถตรวจพบได้ก็แปลว่าไข่กำลังจะตกภายใน 12 – 36 ชั่วโมง 

ชุดทดสอบตัวนี้จะมีหน้าตาคล้ายกับที่ตรวจครรภ์ สามารถใช้วิธีตรวจตามคำแนะนำในชุดทดสอบ ซึ่งมักเป็นการนำชุดตรวจไปสัมผัสกับปัสสาวะแล้วสังเกตผล หากตรวจแล้วขึ้นสองขีดแปลว่าพบระดับฮอร์โมน LH และไข่กำลังจะตก แต่หากขึ้นขีดเดียวก็แปลว่ายังไม่ถึงเวลานั่นเอง ทั้งนี้ ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไปก่อนตรวจ เพราะน้ำอาจไปเจือจางปัสสาวะ และทำให้ผลคลาดเคลื่อน

5. ใช้ชุดทดสอบวันไข่ตกจากน้ำลาย

ชุดทดสอบวันไข่ตกจากน้ำลายใช้หลักการเรื่องอิเล็กโทรไลต์ในน้ำลายที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่ออยู่ในช่วงไข่ตก ทำให้ผลึกน้ำลายเปลี่ยนเป็นรูปคล้ายใบเฟิร์น วิธีการใช้ชุดทดสอบทำได้โดยเก็บตัวอย่างน้ำลาย และนำไปส่องกล้องว่าผลึกนำลายเป็นรูปใบเฟิร์นหรือไม่ ชุดทดสอบก็มักจะมาพร้อมกับชุดเก็บตัวอย่างและอุปกรณ์สำหรับส่องดูลักษณะน้ำลายนั่นเอง

เมื่อคำนวณจนรู้วันไข่ตกแล้ว การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงไข่ตกนั้นนับว่าเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ดี โดยเฉพาะวันที่ไข่ตกหรือ 1 – 2 วันก่อนไข่ตกนั้นอาจมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้นถึงประมาณ 33% เลยทีเดียว 

เช็กสัญญาณกันหน่อย สังเกตอย่างไรว่าไข่ตกแล้ว

เช็กสัญญาณกันหน่อย สังเกตอย่างไรว่าไข่ตกแล้ว

คนที่มีประจำเดือนมักจะรู้กันดีว่าเมื่อวันนั้นของเดือนใกล้เข้ามามากๆ หรือมาถึงเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีสัญญาณให้โอดโอยมากมาย ไม่ว่าจะปวดท้อง ปวดตัว สิวขึ้น อารมณ์ไม่คงเส้นคงวา หงุดหงิดง่าย อ่อนไหวง่ายยิ่งกว่า ฯลฯ แต่ถ้าพูดถึง “ไข่ตก” อาจจะพากันนึกไม่ตกว่าจะรู้ได้อย่างไรว่ามาแล้วแน่หรือยัง? 

อันที่จริงแล้ว เมื่อร่างกายเข้าสู่กระบวนการไข่ตก ก็มักจะมีอาการที่พอสังเกตได้อยู่ แม้ว่าจะตัดสินว่าไข่ตกแล้วแน่นอนจากอาการเหล่านี้ไม่ได้ และอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนหรือไม่ได้เกิดขึ้นทุกรอบเดือน แต่ก็ถือว่าสามารถยึดเป็นสัญญาณเบื้องต้นได้ดีเลยทีเดียว ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  • เกิดมูกที่ปากมดลูก: วิธีตรวจจะต้องสอดนิ้วเข้าไปในช่องคลอดและสังเกตดูมูกที่ติดนิ้วออกมา ปกติร่างกายผู้หญิงจะมีมูกออกมาเมื่อเข้าสู่รอบเดือนอยู่แล้ว แต่มูกที่เกิดขึ้นขณะไข่ตกนั้นจะมีลักษณะเหนียวหนืดกว่าปกติ คล้ายกับไข่ขาวดิบ และยืดได้ยาวประมาณ 6 เซนติเมตรหรือมากกว่านั้น มูกลักษณะนี้นับเป็นสัญญาณไข่ตกที่ชัดเจน แต่เนื่องจากร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน มูกชนิดนี้จึงอาจไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทุกคน ในบางคนอาจสังเกตได้ยาก โดยเฉพาะหากมีอาการอักเสบหรือมีเพศสัมพันธ์ในเวลาใกล้เคียง มูกอาจมีลักษณะเปลี่ยนไปได้ 
  • อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูง: เกิดจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและการไหลเวียนเลือดในร่างกาย
  • มีอาการเจ็บคัดบริเวณเต้านม: ช่วงที่ไข่ตกนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนมาก จึงอาจเกิดอาการเจ็บเต้านม และคัดเต้านม หรืออาจมีเจ็บหัวนมร่วมด้วย 
  • มีอาการปวดท้องน้อยข้างหนึ่ง: เมื่ออยู่ในช่วงไข่ตก รังไข่จะเปลี่ยนลักษณะให้เหมาะกับการรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนทารก ส่งผลให้รู้สึกปวดได้ อาการปวดท้องนี้มักจะปวดไม่มาก และเป็นข้างได้ข้างหนึ่ง หรือเป็นสลับกันไป โดยอาจจะปวดนาน หรือปวดเป็นระยะสั้นๆ ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน
  • มีอาการปวดท้องเชิงกราน: เกิดจากการที่ถุงรังไข่ดันไข่ออกมาจากรัง ส่งผลให้มีอาการปวดขึ้นมาได้
  • ตำแหน่งปากมดลูกเคลื่อน: โดยปากมดลูกมักจะเคลื่อนสูงขึ้น อาจเปิดกว้างขึ้น รวมถึงผิวสัมผัสก็จะอ่อนลงด้วย 
  • ความต้องการทางเพศสูงขึ้น: เกิดจากการที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงช่องคลอด และฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
  • อาการท้องอืด: เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละบุคคล
  • อารมณ์แปรปรวนกว่าปกติ: เป็นอิทธิพลจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
  • ประสาทสัมผัสการรับรู้ รส กลิ่น เปลี่ยนไป: ในครึ่งหลังของรอบเดือน บางคนอาจรู้สึกว่าประสาทสัมผัสไวกว่าปกติ โดยเฉพาะการรับรู้กลิ่น 

เกิดอะไรขึ้น ทำไมไข่ไม่ตก

เวลาที่ไข่จะตกในแต่ละรอบเดือนนั้นเกี่ยวข้องกับทั้งปัจจัยภายในอย่างฮอร์โมน ไขมันสะสมในร่างกายที่เหมาะสม และปัจจัยภายนอกอย่างโภชนาการและอารมณ์ หากไข่ไม่ตกในรอบเดือนหนึ่งๆ อาจเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย เช่น อากาศเปลี่ยนจนกระทบกับร่างกาย เจ็ตแล็ก สูบบุหรี่ ความเครียด ความอ่อนล้า ออกกำลังกายมากเกินไป มีภาวะสุขภาพบางอย่าง เป็นโรคประจำตัวบางชนิด มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ฯลฯ หากต้องการตรวจสอบสาเหตุที่ชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์

ทำอย่างไรเมื่อไข่ไม่ตก

ทำอย่างไรเมื่อไข่ไม่ตก

หากสังเกตว่ามีปัญหาเรื่องไข่ไม่ตก ในเบื้องต้นแนะนำให้

  • สำรวจอารมณ์ของคุณแม่: หากมีความเครียดมากเกินไปก็อาจส่งผลกับฮอร์โมนในร่างกาย จนไข่ไม่ตกในรอบเดือนนั้นๆ ได้
  • สำรวจโภชนาการ: ควรกินอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างโฟเลตและสังกะสี กินไฟเบอร์ให้มากขึ้น เลือกผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันดี หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ลดการกินคาร์โบไฮเดรตขัดสีให้น้อยลง ควรงดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่
  • พบแพทย์: หากพบว่าไข่ไม่ตกมาหลายรอบเดือน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบ เนื่องจากอาจกำลังมีภาวะไม่ตกไข่ (Anovulation) หรือมีภาวะตกไข่ผิดปกติ (Ovulation Disorder) หรือมีภาวะทางสุขภาพอื่นๆ 

จะรู้ได้อย่างไรว่านับวันไข่ตกถูกและเริ่มตั้งครรภ์แล้ว?

ในเวลา 5 – 6 วันแรกหลังจากปฏิสนธิสำเร็จและตัวอ่อนเคลื่อนไปฝังตัวในโพรงมดลูกแล้ว มักจะมีเลือดออกเล็กน้อยบริเวณช่องคลอด 

หากเป็นผู้ที่มีประจำเดือนสม่ำเสมอ แล้วประจำเดือนขาดไปหลังจากวันที่คาดว่าไข่ตกแล้วเป็นเวลา 14 – 15 วัน ก็อาจเป็นสัญญาณการตั้งครรภ์ได้ แต่หากเป็นผู้ที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจตัดสินได้ยาก ให้สังเกตจากอาการที่บ่งบอกว่าแพ้ท้องอื่นๆ เช่น อาการเจ็บเต้านม เป็นตะคริวที่ท้องน้อย ร่วมด้วย

ทั้งนี้ เมื่อสังเกตว่ามีอาการบ่งบอกคล้ายจะตั้งครรภ์ การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยอุปกรณ์หรือด้วยการไปพบแพทย์ถือว่าเป็นการยืนยันที่ชัดเจนที่สุด โดยแนะนำให้ตรวจในช่วง 7-14 วันหลังไข่ตกจะมีโอกาสพบได้มาก

ถาม-ตอบเรื่องที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนับวันไข่ตก

รู้รายละเอียดกันไปแล้ว ลองมาสรุปและตอบคำถามยอดฮิตกันบ้างดีกว่า

ไข่ตกเกิดขึ้นเป็นเวลากี่ชั่วโมง?

ไข่ที่ตกจากรังไข่จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 12 – 24 ชั่วโมง ถ้าอสุจิไม่ปฏิสนธิกับไข่ ไข่ก็จะสลายไปเองตามกลไกของร่างกาย

ช่วงไหนในการตกไข่ที่มีโอกาสตั้งครรภ์?

ช่วงไข่สุก กล่าวคือ ช่วง 5 วันก่อนไข่ตก วันที่ไข่ตก และ 1 วันหลังไข่ตกจะมีโอกาสตั้งครรภ์สูง โดย 1 – 2 วันก่อนไข่ตก และในวันที่ไข่ตกมีโอกาสสูงที่สุด ส่วนระยะ 3 – 5 วันก่อนไข่ตก หรือ 1 วันหลังไข่ตกก็มีโอกาสอยู่ แต่ลดน้อยลง

ระยะเวลาที่ใช้ในการที่ไข่จะสลายตัวนั้นเร็วกว่าระยะเวลาที่อสุจิที่ค้างอยู่ในร่างกายจะตาย ดังนั้น การมีอสุจิอยู่ในร่างกายก่อนไข่ตกจะดีกว่านั่นเอง

มีเพศสัมพันธ์ก่อนไข่ตก จะท้องไหม?

มีอะไรกันก่อนไข่ตกจะท้องไหม? คำตอบคือมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ หากมีก่อนวันไข่ตกไม่นาน 

แม้วาไข่จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 12 – 24 ชั่วโมงหลังจากการไข่ตก แต่อสุจิสามารถอยู่ในร่างกายได้นานกว่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ได้ตั้งแต่ 2-5 วัน ซึ่งในความเป็นจริงอาจน้อยกว่านั้น หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน ไม่สามารถคาดคะเนชัดเจนได้

หากอสุจิมีชีวิตอยู่นานพอดีกับที่ไข่จะตก ก็สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ เช่น มีเพศสัมพันธ์ก่อนวันไข่ตก 2 วัน แล้วอสุจิมีชีวิตอยู่ในร่างกายได้ 2 วันพอดี ก็จะตั้งครรภ์ได้นั่นเอง

มีเพศสัมพันธ์วันไข่ตกท้องไหม

มีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูง

มีเพศสัมพันธ์หลังไข่ตก จะท้อง ไหม?

พอมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ หากมีหลังวันไข่ตก 1 วัน ซึ่งถือว่ามีโอกาสน้อยกว่าการมีเพศสัมพันธ์ใกล้ๆ วันไข่ตก หรือมีในวันที่ไข่ตกเลย

ไข่ตกแต่ประจำเดือนไม่มา หรือประจำเดือนมาแต่ไข่ไม่ตก เป็นไปได้ไหม?

เป็นไปได้ทั้งสองกรณี ปกติแล้วถ้าเป็นคนที่ประจำเดือนมาปกติและคงที่ ควรจะมีวันไข่ตกและมีประจำเดือนสม่ำเสมอ แต่ก็เป็นไปได้ที่บางเดือนจะไข่ตกแต่ประจำเดือนไม่มา หรือบางเดือนไข่ไม่ตกเลยแม้จะมีประจำเดือนปกติ กรณีเหล่านี้มักสัมพันธ์กับสภาวะฮอร์โมนและสุขภาพร่างกาย หากเกิดขึ้นบ่อยควรปรึกษาแพทย์

หากคุมกำเนิดอยู่จะ ไข่จะตกได้ไหม?

หากคุมกำเนิดอยู่ ไข่จะไม่ตก

ยาสามารถช่วยให้ไข่ตกได้ไหม อันตรายหรือไม่?

มียาบางชนิดที่สามารถช่วยได้ แต่จะต้องปรึกษากับแพทย์เพื่อวางแผนก่อนเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามากินเองโดยเด็ดขาด อาจเป็นอันตรายได้

หวังว่า หลายๆ คนคงพอจะเห็นภาพกันแล้วว่าไข่ตกคืออะไร มีสัญญาณอะไรบ้าง และมีวิธีนับวันไข่ตกให้ท้องง่ายขึ้นอย่างไร แน่นอนว่าร่างกายและสุขภาพที่แข็งแรงทั้งของคุณพ่อและคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้การนับวันให้แม่น เพราะแม้จะเลือกวันได้ถูก แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอก็อาจจะไปขัดขวางการมีน้องเอาได้ หากอยากมั่นใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ให้รัดกุม

ข้อมูลอ้างอิง (References)

1. สถาบันสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS)

  • หัวข้อ: รอบเดือนและการเจริญพันธุ์ (Fertility in the menstrual cycle)
  • ข้อมูลสำคัญ: รายละเอียดเรื่องระยะเวลาการตกไข่ และการอยู่รอดของอสุจิในร่างกายผู้หญิง
  • ลิงก์อ้างอิง: NHS – Fertility in the menstrual cycle

2. สมาคมการตั้งครรภ์อเมริกัน (American Pregnancy Association)

  • หัวข้อ: หน้าต่างแห่งโอกาสในการเจริญพันธุ์ (Fertility Window)
  • ข้อมูลสำคัญ: การคำนวณช่วงเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุด (Fertile Window) และความเข้าใจเรื่องการปฏิสนธิ
  • ลิงก์อ้างอิง: American Pregnancy Association – Fertility Window

3. เมโยคลินิก (Mayo Clinic)

  • หัวข้อ: วิธีทำให้ตั้งครรภ์เร็วขึ้น: คู่มือสำหรับผู้ที่อยากมีบุตร (How to get pregnant fast)
  • ข้อมูลสำคัญ: แนวทางปฏิบัติในการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ การนับวันไข่ตก และการดูแลสุขภาพเบื้องต้น
  • ลิงก์อ้างอิง: Mayo Clinic – How to get pregnant

4. คลีฟแลนด์คลินิก (Cleveland Clinic)

  • หัวข้อ: การตกไข่: สัญญาณ อาการ และลำดับเวลา (Ovulation: Signs, Symptoms & Timeline)
  • ข้อมูลสำคัญ: ข้อมูลเชิงลึกเรื่องฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง สัญญาณทางกายภาพที่บ่งบอกว่าไข่ตก และกระบวนการทำงานของรังไข่
  • ลิงก์อ้างอิง: Cleveland Clinic – Ovulation: Signs, Symptoms & Timeline

You may also like

ParentSmart ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้เราจดจำคุณได้ และนำเสนอเนื้อหาพัฒนาการลูกน้อยที่ตรงใจคุณแม่มากที่สุด หากคุณใช้งานเว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้เราดูแลคุณผ่านคุกกี้ตาม [นโยบายความเป็นส่วนตัว] ของเรานะคะ Accept Read More