วินาทีที่เห็น “2 ขีด” ความดีใจมักมาพร้อมกับความกังวลสารพัด โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งเป็น คนท้อง มือใหม่ เพราะช่วง 1-3 เดือนแรก (ไตรมาสที่ 1) คือช่วงที่เปราะบางที่สุด เนื่องจาก พัฒนาการทารกในครรภ์ กำลังเริ่มต้นสร้างอวัยวะสำคัญ และร่างกายของคุณแม่เองก็กำลังเผชิญกับพายุฮอร์โมนที่ทำให้เพลียร่างและแพ้ท้องหนักมาก
เพื่อให้คุณแม่เริ่มต้นการเดินทางนี้ได้อย่างมั่นใจ ParentSmart ได้รวบรวม ข้อห้ามคนท้อง 1 – 3 เดือน ที่ผ่านการคัดกรองข้อมูลทางการแพทย์มาแล้วว่า “ต้องเลี่ยงจริง” หรือ “เป็นแค่ความเชื่อ” มาฟันธงให้ที่นี่ที่เดียวค่ะ!
⚠️ หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นคำแนะนำเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย โปรดปรึกษาคุณหมอที่ดูแลครรภ์ทุกครั้งก่อนตัดสินใจเรื่องสุขภาพ
💡 Key Takeaways: สรุปสั้นๆ สำหรับแม่เวลาน้อย
- เลี่ยงของดิบและแอลกอฮอล์เด็ดขาด: เสี่ยงติดเชื้อและกระทบสมองลูกโดยตรง
- เช็กสกินแคร์และยาที่ใช้: สารบางอย่าง (เช่น กลุ่มวิตามิน A) มีผลต่อพัฒนาการทารก
- อย่าเครียดเรื่องความเชื่อโบราณ: น้ำมะพร้าวดื่มได้ งานศพไปได้ (ถ้าใจไหว) โฟกัสที่สุขภาพกายและใจเป็นหลัก

การแบ่งไตรมาสของการตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์นั้นจะแบ่งออกเป็น 40 สัปดาห์ หรือ 3 ไตรมาส โดยการนับระยะเวลาในการตั้งครรภ์จะเริ่มนับตั้งแต่การมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเป็นวันแรก ถือเป็นการคาดการอย่างคร่าวๆ เนื่องจากเราไม่สามารถรู้ได้ว่าไข่เกิดการปฎิสนธิในวันไหน สำหรับการตั้งครรภ์ในแต่ละไตรมาสก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ดังนี้
ไตรมาสแรก
การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก เป็นช่วง 1-3 เดือนแรก หรือ 1 – 13 สัปดาห์ ในช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ความรู้สึกเหนื่อยล้า อาการแพ้ท้อง แต่ว่าอาการจะมากหรือน้อยแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่ที่ความแข็งแรงของร่างกาย และระดับฮอร์โมน ในช่วงไตรมาสแรกนี้จะเป็นช่วงที่ตัวอ่อนเริ่มฝังตัวที่มดลูก คุณแม่จึงควรรีบไปฝากครรภ์ และทำการตรวจร่างกายประเมินสุขภาพในด้านต่างๆ หากมีความเสี่ยงใดๆ จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
ส่วนทารกในช่วง 1-3 เดือนแรกนั้นเป็นช่วงที่เขามีพัฒนาการ การเติบโตที่มาก ควรระวังเรื่องการรับประทานอาหาร และยาที่มีผลต่อทารกในครรภ์ เพราะหากได้รับผลกระทบอาจทำให้ถึงขั้นพิการได้เลย
ไตรมาสที่สอง
การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่สอง เป็นช่วง 4-6 เดือน หรือ 14-27 สัปดาห์ ในช่วงนี้คุณแม่จะเริ่มปรับตัวได้แล้ว อาการหลายๆ อย่างเริ่มเข้าที่ และดีขึ้นมาจากช่วงไตรมาสแรก รู้สึกสบายตัวขึ้น ไม่มีอาการคลื่นไส้ แพ้ท้องหนักๆ แบบในช่วง 1-3 เดือนแรก ส่วนทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงนี้ระบบหลายๆ เริ่มมีการพัฒนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ การสร้างเม็ดเลือดแดง ขนในส่วนต่างๆ ของร่างกาย อย่างขนคิ้ว ขนตา และผม เป็นต้น
ไตรมาสที่สาม
การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่สาม เป็นช่วง 7-9 เดือน หรือ 28-40 สัปดาห์ ถือเป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ในช่วงนี้คุณแม่หลายๆ คนก็จะท้องโตมากแล้ว ทำให้ลุกนั่งลำบาก และเหนื่อยง่าย อีกทั้งยังต้องระวังเรื่องอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเป็นพิเศษ ส่วนทารกในครรภ์ช่วงนี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบต่อเนื่อง ระบบต่างๆ ก็มีความแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งยังกลับตัวพร้อมคลอดในช่วงเดือนที่ 9 ด้วย

เจาะลึก 12 ข้อห้ามคนท้อง 1-3 เดือน (ไตรมาสแรกนี้…อะไรทำได้ อะไรต้องหยุด!)
ช่วงไตรมาสแรกคือช่วง “วางรากฐาน” ของเจ้าตัวเล็กค่ะ พฤติกรรมบางอย่างที่คุณแม่เคยชินอาจต้องพักไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของลูกรักที่ตอนนี้ขนาดเท่า “เมล็ดงาไปจนถึงลูกมะนาว” มาเช็กกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง
1. งดสูบบุหรี่ (ทั้งคุณแม่และคุณพ่อ)
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูงมาก (ควรงดเด็ดขาด) บุหรี่คือศัตรูตัวฉกาจของพัฒนาการลูกค่ะ สารพิษจะทำให้เลือดไปเลี้ยงลูกน้อยลง ส่งผลให้ลูกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ เสี่ยงต่อโรคปากแหว่งเพดานโหว่ และปัญหาระบบทางเดินหายใจ ที่สำคัญ “บุหรี่มือสอง” จากคุณพ่อก็อันตรายไม่แพ้กัน ต้องจูงมือกันเลิกเพื่อลูกนะคะ
2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูงมาก (ควรงดเด็ดขาด) ไม่มีคำว่า “นิดเดียวไม่เป็นไร” สำหรับแอลกอฮอล์ค่ะ เพราะสารนี้จะวิ่งตรงสู่กระแสเลือดลูก ทำให้เกิดกลุ่มอาการ FASDs ที่ทำลายสมองและอวัยวะอย่างถาวร เสี่ยงต่อการแท้งหรือทารกตายคลอดได้เลย
3. ห้ามกินเนื้อสัตว์ดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูง (อันตรายจากเชื้อแบคทีเรีย) ซาชิมิ ซอยจุ๊ หรือไข่ดอง ต้องพักก่อนค่ะ! เนื้อดิบเสี่ยงต่อเชื้อ Listeria และ Toxoplasmosis ที่ทำให้ลูกพิการหรือแท้งได้ แม้แต่ Cold Cuts (แฮม, ไส้กรอก) ก็ควรนำมาอุ่นให้ร้อนจัดจนควันขึ้นก่อนทานเพื่อความชัวร์ค่ะ
4. ควบคุมปริมาณคาเฟอีน
🟡 ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง (จำกัดปริมาณ) แม่สาย Cafe Hopper ฟังทางนี้ค่ะ คุณแม่ยังดื่มกาแฟได้ แต่ต้อง ไม่เกิน 200 มก./วัน (ประมาณกาแฟสด 1 แก้วเล็ก) หากดื่มมากไปจะเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของลูกน้อย
5. เลี่ยงนมดิบที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูง (เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด) นมสดจากฟาร์มที่ไม่ได้ฆ่าเชื้ออาจมีเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผ่านทางรกไปถึงลูกได้ ทำให้เสี่ยงภาวะโลหิตเป็นพิษหรือคลอดก่อนกำหนด แนะนำให้ดื่มนมกล่อง UHT หรือนมพาสเจอไรซ์ที่มีมาตรฐานเท่านั้นค่ะ
6. ห้ามใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษาหมอ
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูงมาก (เสี่ยงลูกพิการ) ยาบางชนิด (โดยเฉพาะยารักษาสิวกลุ่ม Vitamin A หรือยาแก้ปวดบางตัว) มีฤทธิ์รุนแรงต่อการสร้างอวัยวะของทารก ก่อนกินยาหรือทายาใดๆ ต้องแจ้งเภสัชกรหรือคุณหมอทุกครั้งว่า “กำลังท้องอยู่” นะคะ
7. งดการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการกระแทกหรือล้ม
🟡 ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง (เลือกประเภทที่เหมาะสม) การขยับร่างกายเป็นเรื่องดีค่ะ แต่ไตรมาสแรกตัวอ่อนยังฝังตัวไม่แน่นหนา ควรเลี่ยงกีฬาผาดโผนหรือการกระโดด เปลี่ยนมาเป็นเดินช้าๆ หรือโยคะคนท้องที่เน้นการหายใจจะปลอดภัยกว่า
8. เลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูง
🟡 ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง (ระวังอุบัติเหตุ) ช่วงท้อง ฮอร์โมนจะทำให้เอ็นและข้อต่อหลวมขึ้น การใส่ส้นสูงทำให้จุดศูนย์ถ่วงร่างกายเปลี่ยน เสี่ยงต่อการสะดุดล้มและปวดหลังเรื้อรัง ลองหารองเท้าส้นเตี้ยที่ซัพพอร์ตเท้าดีๆ มาใส่แทนนะคะ
9. งดการแช่น้ำร้อนจัด หรือเข้าซาวน่า
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูง (กระทบระบบประสาทลูก) อุณหภูมิร่างกายแม่ที่สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ส่งผลเสียต่อการพัฒนาสมองและไขสันหลังของลูกน้อยในครรภ์ แนะนำให้อาบน้ำอุ่นแต่พอดี และเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ตัวร้อนจัดนานๆ ค่ะ
10. เลี่ยงการเก็บมูลแมวด้วยตัวเอง
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูง (อันตรายจากพยาธิขี้แมว) หน้าที่นี้ยกให้คุณพ่อด่วนค่ะ! ในอึแมวมีเชื้อ Toxoplasmosis ซึ่งถ้าแม่ติดเชื้อในช่วง 1-3 เดือนแรก จะเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งหรือลูกตาบอดได้ หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องสวมถุงมือและล้างมือให้สะอาดทุกครั้งค่ะ
11. เช็กสกินแคร์และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง
🟡 ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง (ตรวจสอบส่วนผสม) สารแนพทาลีน (Naphthalene) ในลูกเหม็น หรือสารเคมีในยาล้างเล็บ/น้ำยาทำสีผมบางชนิด อาจทำให้แม่คลื่นไส้และส่งผลต่อเม็ดเลือดแดง แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนหรือ Organic ไปก่อนในช่วงนี้ค่ะ
12. ห้ามอยู่ในที่ที่มีกลิ่นสีทาบ้านหรือสารระเหย
🔴 ระดับความเสี่ยง: สูง (อันตรายจากสารตะกั่ว) กลิ่นสีทาบ้านมักมีสารตะกั่วและสารระเหยที่เป็นพิษต่อสมองทารก หากที่บ้านมีการต่อเติม ควรเลี่ยงไปอยู่ที่อื่นจนกว่ากลิ่นจะหายสนิท เพื่อป้องกันภาวะแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดค่ะ
📝 Editor’s Summary: สิ่งที่แม่ต้องทำในไตรมาสแรก
- สิ่งที่ควรโฟกัส: กินกรดโฟลิก (Folic Acid) ทุกวัน และเลือกทานอาหารที่ “สุก สะอาด สด”
- สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: อาการปวดหน่วงท้องน้อยคล้ายประจำเดือน (ถ้าไม่มีเลือดออก) มักเกิดจากมดลูกเริ่มขยายตัว
- สัญญาณที่ควรพบแพทย์: เลือดออกทางช่องคลอด, ปวดท้องเกร็งข้างเดียวอย่างรุนแรง, หรือแพ้ท้องจนทานน้ำไม่ได้
ชัวร์หรือมั่ว ข้อห้ามคนท้องที่โบราณบอกไว้
| ความเชื่อโบราณ | ข้อเท็จจริงจากแม่ | ฟันธง |
| ห้ามดื่มน้ำมะพร้าว | ดื่มได้! มีอิเล็กโทรไลต์ช่วยแม่แพ้ท้อง แต่ระวังน้ำตาล | ทำได้ ✅ |
| ห้ามไปงานศพ | ไปได้! เป็นกุศโลบายไม่ให้แม่เศร้าเกินไป | ทำได้ (ถ้าไหว) ✅ |
| ห้ามกินของดำ | สีผิวลูกอยู่ที่กรรมพันธุ์ ไม่ใช่เฉาก๊วย | มั่ว ❌ |
| ห้ามเย็บผ้า | เย็บได้! แค่อย่านั่งนานจนปวดหลัง | ทำได้ ✅ |
ในช่วงตั้งครรภ์ เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงมีคนเตือนไม่ให้ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยบอกว่า“โบราณเขาบอกไว้” หลายคนจึงอาจมีคำถามในใจว่า เรื่องที่โบราณห้ามา หรือเตือนต่อๆ กันมานั้นจริงเท็จแค่ไหน ไปดูกันว่าข้อห้ามคนท้องที่โบราณว่าไว้นั้นอะไรจริงอะไรเท็จบ้าง
คนท้องห้ามดื่มน้ำมะพร้าว
ตามความเชื่อของคนโบราณแล้ว “คนท้องห้ามดื่มน้ำมะพร้าว” เพราะจะทำให้แท้งลูก ความเชื่อนี้ถือว่าเป็นความเชื่อผิดๆ ความจริงแล้วแม้จะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ก็สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้ แม้ว่าในน้ำมะพร้าวนั้นจะมีปริมาณเอสโตรเจน แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะส่งผลกระทบต่อมดลูก จนส่งผลให้แท้งได้ แต่กลับกันน้ำมะพร้าวนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพคนท้องหลายๆ ด้าน
- ช่วยทดแทนการสูญเสียอิเล็กโทรไลต์จากการแพ้ท้อง ช่วงไตรมาสแรกอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียนถือเป็นเรื่องปกติที่เจอในเกือบทุกๆ วัน ซึ่งการดื่มน้ำมะพร้าวที่มีปริมาณโพแทสเซียม โซเดียม และแมกนีเซียมนั้นช่วยให้ระบบต่างๆ นั้นคงที่ และดีขึ้นได้
- ช่วยให้สดชื่น เมื่อแพ้ท้อง อาเจียนมากๆ ร่างกายอาจสูญเสียน้ำได้ การดื่มน้ำมะพร้าวจึงเป็นการทดแทนน้ำที่เสียไป อีกทั้งยังช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย
- น้ำมะพร้าวมีสารอาหารที่ช่วยในการพัฒนาของทารก ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่คุณแม่ต้องรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วน เพื่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ซึ่งในน้ำมะพร้าวนั้นมีแคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยต่อการพัฒนาของทารก โดยเฉพาะแมกนีเซียมที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษได้
ห้ามคนท้องร่วมงานศพ
สำหรับข้อห้ามคนท้องที่โบราณบอกไว้ว่าห้ามร่วมงานศพนั้นถือเป็นกุศโลบาย จะบอกว่าผิดหรือถูกก็คงไม่ได้ ตามความเชื่อแล้วโบราณเขาว่าไว้ว่าคนท้องห้ามไปร่วมงานศพ เพราะอาจจะทำให้มีวิญญาณตามมาอยู่กับทารก หรือวิญญาณคนตายอยากจะเอาทารกนั้นไปอยู่ด้วย
แต่ความจริงแล้วอาจจะเป็นกุลศโลบาย เนื่องจากช่วงหลังคลอดคุณแม่หลายๆ คนอาจจะยังรับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า (Postpartum depression) ซึ่งจะเป็นภาวะที่คุณแม่นั้นมีความวิตกกังวล ตื่นตระหนก อยู่ๆ ก็รู้สึกเศร้า เสียใจ รวมถึงมีความกังวล หากไปร่วมงานศพที่บรรยากาศมีความหดหู่ก็จะยิ่งส่งผลให้ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดนั้นรุนแรงขึ้น จึงเกิดเป็นข้อห้ามคนท้องที่โบราณบอกไว้
คนท้องห้ามนินทา ว่าร้ายคนอื่น
ข้อห้ามคนท้อง 1-3 เดือนที่โบราณว่าไว้ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งคนโบราณบอกเอาไว้ว่าหากว่าร้าย นินทาคนอื่น สิ่งไม่ดีเหล่านั้นจะสะท้อนกลับเข้าหาตัวเอง ซึ่งในช่วงตั้งครรภ์นั้นหากคุณแม่คนไหนที่ว่าร้ายคนอื่นด้วยคำพูดรุนแรง สาปแช่งก็จะทำให้อารมร์ขุ่นมัว เต็มไปด้วยความโกรธ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียด และความวิตกกังวลได้ ซึ่งอารมณ์เหล่านั้นสามารถส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ จากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าตุณแม่ที่มีความวิตกกังวล หรือมีสุขภาพจิตที่ไม่ดีในช่วงตั้งครรภ์จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม และสุขภาพจิตในอนาคตได้
ห้ามรับประทานของดำ
คนโบราณมีความเชื่อว่าในช่วงตั้งครรภ์นั้นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เป็นสีดำ ไม่ว่าจะเป็นพะโล้ เฉาก๊วย น้ำอัดลม รวมถึงกาแฟ เพราะจะทำให้ลูกเกิดมามีสีผิวที่เข้ม ซึ่งจริงๆ แล้วความเชื่อหรือข้อห้ามเหล่านี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากสีผิวของเด็กที่จะเกิดมาไม่เกี่ยวกับอาหารที่คุณแม่รับประทานในช่วงตั้งครรภ์ แต่เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ ที่ถ่ายทอดกันผ่านโครโมโซม ซึ่งเด็กจะมีสีผิวแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะถ่ายทอดมาจากพ่อแม่
ห้ามเย็บปัก ถักร้อยช่วงตั้งครรภ์
การเย็บปัก ถักร้อยช่วงตั้งครรภ์ถือเป็นอีกหนึ่งข้อห้ามคนท้อง 1-3 เดือนที่โบราณว่าไว้ เพราะจะทำให้ลูกที่เกิดมาปากแหว่ง เพดานโหว่ สำหรับความเชื่อในข้อนี้ถือว่าไม่เป็นความจริงเลย เพราะโรคปากแหว่งเพดานโหว่นั้นเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมที่คุณแม่ทำในช่วงตั้งงครรภ์

การดูแลตัวเองในช่วงตั้งครรภ์
นอกจากข้อห้ามต่างๆ ในช่วงตั้งครรภ์ที่ไม่ควรทำแล้ว ในขณะเดียวกันคุณแม่ยังจำเป็นต้องมีการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมด้วย เพื่อให้เจ้าตัวเล็กในครรภ์นั้นมีความแข็งแรง ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร และพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ ดังนี้
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในช่วงตั้งครรภ์นี้คุณแม่ต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีความหลากหลาย เพื่อช่วยให้ตัวเล็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ แต่ก็ควรงดของดิบ ของหมักของดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
- ออกกำลังกาย การออกกำลังกายในช่วงที่ตั้งครรภ์นั้นสามารถทำได้ แถมยังมีข้อดีมากมายทั้งต่อคุณแม่และเจ้าตัวเล็กแข็ง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง และส่งเสริมพัฒนาการของทารกในครรภ์ แต่ไม่ควรเลือกเล่นกีฬาที่มีการปะทะ หรือเสี่ยงต่อการล้มง่ายๆ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด สำหรับคุณแม่บางคนแพทย์อาจสั่งยาเพื่อบำรุงครรภ์ ดังนั้นหากแพทย์สั่งยาให้ ควรทำตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่เพิ่ม-ลดขนาดของยา หรือหยุดยาเองเด็ดขาด
- ในช่วงตั้งครรภ์ควรมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย จริงๆ การมีเซ็กซ์ในช่วงตั้งครรภ์นั้นสามารถทำได้ อต่ควรเลือกท่าทางที่ไม่ผาดโผน
📝 Editor’s Summary: ไตรมาสแรก (1-13 สัปดาห์)
- สิ่งที่ควรโฟกัส: การฝากครรภ์ทันที, กินกรดโฟลิก (Folic Acid), และการพักผ่อน
- สิ่งที่ยังไม่ต้องกังวล: น้ำหนักตัวที่ยังไม่ขึ้น (หรือลดลงจากอาการแพ้ท้อง) เป็นเรื่องปกติ
- สัญญาณที่ควรพบแพทย์: เลือดออกทางช่องคลอด (แม้เพียงเล็กน้อย), ปวดท้องเกร็งรุนแรง
❓ FAQ: คำถามที่คุณแม่ท้องไตรมาสแรกคาดใจ
ท้อง 1-3 เดือนแรก มีเลือดออกกะปริดกะปรอยนิดเดียว เป็นอะไรไหม?
แม่ตอบให้: อย่าเพิ่งตกใจแต่ห้ามชะล่าใจค่ะ! เลือดที่ออกอาจเป็น “เลือดล้างหน้าอุปกรณ์” (การฝังตัวของตัวอ่อน) ซึ่งไม่อันตราย แต่ถ้าเลือดออกแดงสด หรือมีอาการปวดเกร็งท้องร่วมด้วย ฟันธงว่าต้องไปหาหมอด่วน เพื่อเช็กภาวะแท้งคุกคามค่ะ
แพ้ท้องหนักมาก กินอะไรไม่ได้เลย ลูกจะขาดสารอาหารไหม?
แม่ตอบให้: ยังไม่ต้องกังวลค่ะ! ในช่วงไตรมาสแรก ลูกยังตัวเท่า “ลูกมะนาว” และมีถุงไข่แดงคอยเลี้ยงสารอาหารอยู่ สิ่งที่คุณแม่ต้องทำคือพยายามจิบน้ำบ่อยๆ และทาน กรดโฟลิก (Folic Acid) ให้ครบตามหมอสั่งก็เพียงพอสำหรับช่วงเริ่มต้นนี้ค่ะ
คนท้องใช้ครีมบำรุงผิว หรือทายาสิวได้ปกติไหม?
แม่ตอบให้: ต้องเช็กฉลากด่วนค่ะ! สกินแคร์กลุ่ม Retinoids (วิตามิน A) และ Salicylic Acid (BHA) เข้มข้นสูง มีผลต่อพัฒนาการทารก 🔴 ระดับความเสี่ยง: สูง แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้สูตรสำหรับคนท้องโดยเฉพาะ หรือผลิตภัณฑ์กลุ่ม Organic แทนจะชัวร์ที่สุดค่ะ
ทำไมคนท้อง 1-3 เดือนแรกถึงห้ามยกของหนัก?
แม่ตอบให้: เพราะช่วงนี้ตัวอ่อนยังฝังตัวไม่แน่นหนาค่ะ การยกของหนักต้องใช้แรงเกร็งหน้าท้อง ซึ่งอาจไปกระตุ้นการบีบตัวของมดลูกจนเสี่ยงต่อการแท้งได้ งานหนักช่วงนี้ยกให้คุณพ่อดูแลไปก่อนนะคะแม่!
ช่วงท้องอ่อนๆ เดินทางไกล หรือนั่งเครื่องบินได้ไหม?
แม่ตอบให้: เดินทางได้ค่ะ แต่ต้องไม่หักโหมจนเกินไป หากต้องนั่งรถ/เครื่องบินนานๆ ควรลุกขึ้นเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน แต่ถ้าคุณแม่มีประวัติแท้งง่ายหรือมีเลือดออก ควรปรึกษาคุณหมอก่อนเดินทาง ทุกครั้งนะคะ
สรุป
ช่วงตั้งครรรภ์ในไตรมาสแรกร่างกายคุณแม่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ อีกทั้งอารมณ์อาจมีความแปรปรวน มีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน ในช่วงนี้คุณแม่จำเป็นต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และทำตามคำแนะนำปพทย์อย่างเคร่งครัด ที่สำคัญควรทำตามข้อห้ามคนท้อง 1-3 เดือนแรกด้วย เพราะในช่วงไตรมาสแรกพฤติกรรมผิดๆ เพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แท้งได้ก็มี ซึ่งข้อห้ามคนท้องนั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็นงดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ไม่กินของดิบ หรือหลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีนเกินขนาด เป็นต้น
ParentSmart Medical Disclaimer: เนื้อหาในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณแม่มีอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของทารกในครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลท่านโดยตรงทันที
- Kimberly Holland, Medically reviewed by Debra Rose Wilson, Ph.D., MSN, R.N., IBCLC, AHN-BC, CHT On March 10 Online เข้าถึงได้จาก 17 Pregnancy Do’s and Don’ts That May Surprise You ,สืบค้นเมื่อวันที่ 16/06/2023
- Online เข้าถึงได้จาก Alcohol Use During Pregnancy สืบค้นเมื่อวันที่ 16/06/2023
- Jessica Timmons, Medically reviewed by Katie Mena, M.D. on September 12, 2016 Online เข้าถึงได้จาก 11 Things to Avoid During Pregnancy – What Not to Do ,สืบค้นเมื่อวันที่ 16/06/2023
- Reviewed on March 2021 Online, เข้าถึงได้จาก Things to avoid during pregnancy ,สืบค้นเมื่อวันที่ 16/06/2023
- เข้าถึงได้จาก Risks of Complication at Every Stage of Pregnancy ,สืบค้นเมื่อวันที่ 16/06/2023
- Sarah Garone on May 15, 2020, Medically reviewed by Jillian Kubala, MS, RD, Nutrition, เข้าถึงได้จาก 8 Benefits of Drinking Coconut Water During Pregnancy, ,สืบค้นเมื่อวันที่ 16/06/2023